Spenser Confidential สเปนเซอร์ ลุย ล่า ปราบทรชน

 

Spenser Confidential งานภาพยนตร์ตัวล่าสุดจาก มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก ที่เพิ่งจะลงในสตรีมมิ่งชั้นนำอย่าง Netflix ให้ดูกันเมื่อไม่นาน ซึ่งแน่นอนว่าช่วงเวลาแบบนี้ย่อมต้องการหาอะไรที่บันเทิงดูสักหน่อยเพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียด หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชั่นสายตลกฟอร์มกลางๆ ที่ได้พระเอกอย่าง มาร์ค มารับบท สเปนเซอร์ ตำรวจหนุ่มใจรักความยุติธรรมที่ติดคุกมา 5 ปี โทษฐานทำร้ายร่างกายตำรวจด้วยกันเอง เมื่อออกจากคุกเขากลับมาเจออดีตตำรวจอีกครั้ง โดยคราวนี้มี ฮอร์ค คู่หูหนุ่มผิวดำร่างยักษ์ที่กำลังคิดฝันเป็นนักสู้ในกรง MMA มาช่วยด้วยอีกแรง

นี่จึงเป็นหนังฟอร์มระดับกลางของ Netflix ที่เอาดารานำมีชื่อมาชูโรงให้ดูเป็นหนังฟอร์มใหญ่ขึ้นมาหน่อย ซึ่งก็ได้ผลเพราะถ้าไม่ใช่ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็คงไม่มีแรงดึงดูด หรือความเชื่อใจให้ดูสักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่เอาดารานำมาปะหน้าแล้วจะขายได้ ตัวหนังเองก็ต้องมีดีพอตัวด้วยเหมือนกันถึงจะได้ดารานำใหญ่แบบนี้มาเล่น หลังดูจบบอกเลยว่าเหมือน Netflix กำลังพยายามสร้างหนังแฟรนไชส์ โดยใช้ดารานำเรื่องละคนอย่าง ไรอัน เรย์โนลส์ กับ 6 Underground ที่เปิดเรื่องมาก็บอกเลยว่ากะทำต่อยาวๆ

รวมไปถึงเรื่อง Spenser Confidential กับ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็เช่นกัน ที่ทำให้หนังสร้างคาแรกเตอร์อดีตตำรวจตงฉินที่มีเอกลักษณ์ของการเป็นจอมเสือก ที่ได้ข่าวอะไรที่ดูแปลกๆ ก็มักจะพร้อมเข้าไปเสือกเรื่องราวเหล่านั้นทุกที จนทำให้เคสแรกของตัวเองก็ต้องลงเอยด้วยการได้รับโทษจำคุกตั้งแต่เปิดเรื่อง

 

 

เรื่องราวภายในเรื่องของอดีตตำรวจ

Spenser Confidential เล่าถึงนายตำรวจคนหนึ่งที่ต้องเข้าคุกติดตารางเพราะไปมีเรื่องกับหัวหน้าตัวเอง ซึ่งมีเรื่องในที่นี้คือเดินไปบวกหน้าบ้านแบบโต้งๆ เลย เป็นการห้าวที่ดีไม่ใช่น้อยจริงๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเลือดร้อนห้าวเป้งของพระเอกได้อย่างเห็นภาพ โดยเรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มขึ้นหลัง สเปนเซอร์ ออกจากคุกแล้วหัวหน้าคนที่เคยมีเรื่องด้วยดันมาถูกฆาตกรรมอย่างมีเลศนัยพอดี ด้วยความเป๊ะของไทม์มิ่งนี้ทำให้พระเอกของเราโดนสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ และเขาจึงต้องหาทางเคลียร์ตัวเองให้ได้ไวที่สุด

ในระหว่างที่ดูเรื่องนี้บางทีอาจทำให้รู้สึกว่ามันเป็น Bad Boy ในเวอร์ชั่นที่ไม่เดือดเท่า แต่สิ่งที่ชอบคือการให้ความชัดเจนในคาแรกเตอร์ตัวเอกตั้งแต่ต้นจนจบ คือเป็ฯคนเลือดร้อน แต่ก็เป็นตำรวจตงฉินที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ขณะที่ตัวเพื่อนคู่หูที่เป็นชายผิวสีร่างยักษ์มีปม และเป็นอดีตคนคุก แม้จะมีพูดจิกกัดกับพระเอกบ้างแต่ก็รับลูกตลอด เพราะพื้นฐานแล้วเป็นคนดีเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นเพื่อไม่ให้มันดูพื้นๆ เกินไป ปีเตอร์ เบิร์ก ก็ยังคงไว้ลายฝีมือตัวเอง แบบว่าพอเช็ตติ้งให้สองตัวเอกเป็นคนดี ก็ต้องตีแบบเกือบๆ เหมือนเป็นการประชดกันไปเลย

แต่แม้จะถุกเซ็ตมาให้ขาวทั้งคู่ก็ไม่ใช่ตัวละครที่จะแสดงท่าทีว่าตัวเองติ๋มเลยแม้แต่น้อย ทำให้ตัวเรื่องมีแอ็คชั่นกันบ่อย แต่ก็เป็นซีนที่อาจไม่ได้น่าจดจำอะไรเป็นพิเศษ สามารถดูได้เพื่อความบันเทิง ขณะที่พาร์ทสืบสวนก็เป็นแบบเบาๆ เรียกได้ว่าคนดูหลายๆ คนอาจจะเดาคนร้ายตัวจริงออกได้ตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ เพียงเราแค่ดูเหตุผลภายในเรื่องว่าจะปูให้เป็ยเรื่องราวอย่างไร ซึ่งในแง่ของเนื้อเรื่องก็พอทำได้เพลินๆ ไม่ได้ดี และก็ไม่ได้แย่นัก

 

เนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงสามารถคาดเดาได้ง่าย

ถ้าใครที่เป็นคนรุ่นใหม่ๆ หน่อยไม่คุ้นชินกับหนังตำรวจคู่หูยุค 90 อาจจะมองว่าเชยสะบัด เพราะพล็อตมันเดิมๆ มาก ตำรวจตงฉินโดนปลดจากราชการต้องกลับมาสืบสวนสอบสวนความไม่ชอบมาพากลในหน่วยงานที่ตัวเองเคยอยู่ โดยมีคู่หูที่ไม่ค่อยถูกคอกันมาคอยช่วย ซึ่งเนื้อเรื่องการเดินเรื่องนี่ออกจะเชยๆ จริง แต่ผมว่าดูๆ ไปการที่หนังพยายามจะใส่มุขตลกบ้าง แป้กบ้างลงไปในหนังมันก็ไม่ได้ทำให้หนังเลวร้ายจนเกินไปนัก

เพราะคิดว่า มาร์ค วอห์ลเบิร์ก นี่ออกจะมีสเน่ห์ในการแสดง และการมารับบทนายตำรวจวัยกลางคนที่เริ่มจะเข้าสู่วัยชราของเค้า ก็ดูจะเหมาะกับบทอยู่ หนังใช้ประโยชน์จากช่วงรอยต่อ 5 ปี ที่ สเปนเซอร์ อยู่ในคุก พอออกมาก็กลายเป็นคนไม่ทันโลกได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง คลาวด์ ที่เค้าไม่รู้จัก รวมไปถึงอื่นๆ หนังใช้การสืบสวนสอบสวนเดินเรื่องสลับไปกับมุขตลก

 

สรุป Spenser Confidential สเปนเซอร์ ลุย ล่า ปราบทรชน

Spenser Confidential เป็นหนังแอ็คชั่นแนวระทึกชวัญแบบดูเพลินๆ ดูเพื่อความบันเทิงได้ในวันหยุดพักผ่อน >> ดูหนังออนไลน์