Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด

 

สำหรับหนังเฟรนไชส์ความรักอีโรติกระทึกขวัญอย่าง Fifty Shades ที่กลับมาอีกครั้งในภาคสุดท้ายที่ชื่อว่า Fifty Shades Freed โดยบทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่าง คริสเตียน เกรย์ และ แอนัสดาเซีย สตีล เซอร์วิสแฟนๆ ให้รู้สึกฟินเช่นเคย ยังคงสร้างความเสียวซ่านอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่งเรื่องที่คนดูอย่างเราไม่ควรคาดหวังอะไร ชวนคนรักรู้ใจ หรือใครก็ได้อายุ 20 ปีขึ้นไป เข้าไปดูมาฟินพระนางเข้าคู่อวดเรือนร่างเซ็กซี่ ลีลาเซ็กซ์เร้าร้อน ที่จัดเต็มแบบถี่ยิบเช่นเคย รวมถึงไปดูภาพสวยๆ เพลงดีๆ ดูเพลินกับสองนักแสดงหนักที่ขนเสน่ห์มาแบบล้นจอเช่นเคย

 

 

ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร

สำหรับภาคสุดท้ายของหนังรักสุดเร่าร้อนในชุดของ " Fifty Shades " ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายสุดโด่งดังในต่างประเทศ ซึ่งสำหรับภาคสุดท้ายอย่าง " Fifty Shades Freed " ในภาพรวมถือว่าใช้ได้ ดูเพลินๆ และรู้สึกใจหวั่นซาบซ่านทุกนาที พร้อมเซอร์วิสแฟนๆ แบบเต็มๆ อยู่ไม่น้อยเลย เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่ของคริสเตียน และแอนา เริ่มต้นด้วยทริปฮันนีมูนในยุโรปของ " มิสเตอร์คริสเตียน เกรย์ (Jamie Dornan) " และ " มิสซิสแอนาสเตเซีย เกรย์ (Dakota Johnson) " เติมเต็มความหวานให้แก่กัน รวมถึงเซ็กซ์อันร้อนฉ่า และสิ่งที่มากกว่าเซ็กซ์รอคอยอยู่ มีบุคคลคอยจ้องตามรำควาน และจะทำลายชีวิตคู่ของพวกเขาอย่าง " แจ็ค ไฮด์ (Eric Johnson) " บอสเก่าของแอนาที่จะกลับมาสร้างปัญหาอีกครั้งนั่นเอง

ซึ่งหากใครดูมาทุกภาคแล้ว ก็น่าจะอยู่ในสิ่งที่หนังเป็นอยู่ บรรยากาศต่างๆ ในเรื่องคล้ายเดิมเลย แต่ความสัมพันธ์ของเขา และเธอมีความพัฒนาจนมาถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างแท้จริงในภาคนี้ ซึ่งหนังค่อนข้างจะมอบความโรแมนติคแบบหวานมากๆ ทำให้คนดูรู้สึกอิจฉาพวกเขาทั้งคู่เพิ่มขึ้นๆ ไปอีกจริงๆ ซึ่งเป็นอะไรที่เราค่อนข้างชอบมากนะ ดูแล้วรู้สึกเขินมากๆ เลย เพราะเราติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก และก็ชอบมาทุกภาค ถึงแม้ด้านเนื้อหาของหนังจะแลดูน้ำเน่าไปมากก็ตาม แต่สิ่งที่หนังขุดพยายามจะดึงดูดคนดูคือ องค์ประกอบรอบด้าน ความหรูดูแพง และการแสดงกริยาท่าทาง รวมไปถึงอารมณ์ที่ส่งให้กัน มันชั่งส่งเสริมให้หนังดูเพลิดเพลิน และน่าติดตามตลอดเวลา

ในภาคนี้ ความอีโรติค ฉากเซ็กซ์ติดเรทพิสดารต่างๆ ค่อนข้างเยอะ และถี่ยิบมากเลยแหละ เรียกได้ว่าทุกๆ 5-10 นาทีเสียด้วยซ้ำ บางฉากก็มาถูกจังหวะ บางฉากก็มาผิดคิวเกินไปแบบไร้สาเหตุจริงๆ ซึ่งทำให้หนังรู้สึกอาจจะดูล้นๆ ไปบ้างในด้านวาบหวิวกว่าทุกภาค และมาทีละนิดๆ แปปๆ แต่มาถี่ๆ จนไม่รู้สึกฟินจิกเบาะเท่าภาคแรก ที่ค่อยๆ มาแต่เอาอยู่ทุกซีนอะไรแบบนี้ แต่บางซีนคือฟินนะ มันโคลสอัพมุมกล้องนักแสดง เห็นความคมชัดในรูปร่าง และอารมณ์ ที่ทำให้รับรู้ถึงความรักที่น่าหลงใหลจนอยากจะกลืนกินเลย ดูแล้วฟินแบบอยากจะจับกับคนที่มาดูด้วย เติมความอบอุ่นให้ตัวเองกันเลยครับ ซึ่งส่วนนี้ก็มีทั้งดีทั้งเสียปนเปกันไป

 

ความรู้สึกหลังดู Fifty Shades Freed จบ

การจบภาพยนตร์ไตรภาคที่มีสาวๆ ทั่วโลกคอยติดตามได้เป็นอย่างดี และคงทำให้พวกเธอฟินสุดๆ ต้อนรับวาเลนไทน์ แต่ถ้าจะให้พูดถึงแง่ของความซื่อสัตย์ต่อตัวหนังแล้ว เราว่ามันอาจจะมีการบิดเบือนอยู่เล็กน้อย เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ภาพยนตร์ในชุดของ Fifty Shades นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากหนังสืออีโรติก แต่ Freed กลับไม่ได้ดูสยิวสมกับประเภทเท่าที่ควร มันกลับมีความรักที่แสนที่ลึกซึ้งเข้ามาแทนที่ จริงๆ แล้วรู้สึกเลยว่ามันต้องถูกจัดประเภทให้เป็นหนังโรแมนติกถึงจะถูกต้องมากกว่า อย่างไรก็ดี การถ่ายทอดเรื่องราวที่สวยงามทำให้คนดูประทับใจได้ ไม่ว่าทีมงานจะทำหนังถูก หรือผิดคอนเซป ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำหนังแล้ว

จากการเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด นั้น พบว่ากลุ่มคนดูส่วนใหญ่เป็นสาวๆ จากรั้วมหาวิทยาลัย และวัยทำงาน ที่รวมกลุ่มกันมาชื่นชมความหล่อเท่ และมัดกล้ามที่เคยเผยเอาไว้ในภาคที่แล้วมีคุณเกรย์ ส่วนผู้ชายเลือกดูหนังเรื่องนี้น้อยมาก และผู้ชายเกือบทุกคนที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ มักจะหนีบแฟนมาดูด้วย ปฏิกิริยาของสาวๆ หลังชมภาพยนตร์ค่อนข้างดี แต่ผู้ชายส่วนใหญ่จะหน้านิ่งๆ หลังจากสอบถามแล้วพบว่าฉากในภาพยนตร์อาจจะไม่ถึงพริกถึงขิงสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับหนังผู้ใหญ่ที่พวกเขาชมกันตามปกติ

 

สรุป Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด

เนื่องจากทีมงานผู้ผลิต Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด นั้นทุ่มเทในการทำงาน ฉากสวย โลเคชั่นดี พล๊อตมีความน่าสนใจ เราคาดว่าคุณคงชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าคาดหวังว่าจะมาดูฉากร่วมรักโดยเฉพาะ เราบอกได้เลยว่าได้ดูแน่ แต่อาจจะไม่ได้มันหลุดโลก หรือพิสดารอย่างที่คุณจินตนาการเองไว้สักเท่าไหร่นัก >> ดูหนังออนไลน์