Content

Spenser Confidential สเปนเซอร์ ลุย ล่า ปราบทรชน
Spenser Confidential งานภาพยนตร์ตัวล่าสุดจาก มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก ที่เพิ่งจะลงในสตรีมมิ่งชั้นนำอย่าง Netflix ให้ดูกันเมื่อไม่นาน ซึ่งแน่นอนว่าช่วงเวลาแบบนี้ย่อมต้องการหาอะไรที่บันเทิงดูสักหน่อยเพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียด หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชั่นสายตลกฟอร์มกลางๆ ที่ได้พระเอกอย่าง มาร์ค มารับบท สเปนเซอร์ ตำรวจหนุ่มใจรักความยุติธรรมที่ติดคุกมา 5 ปี โทษฐานทำร้ายร่างกายตำรวจด้วยกันเอง เมื่อออกจากคุกเขากลับมาเจออดีตตำรวจอีกครั้ง โดยคราวนี้มี ฮอร์ค คู่หูหนุ่มผิวดำร่างยักษ์ที่กำลังคิดฝันเป็นนักสู้ในกรง MMA มาช่วยด้วยอีกแรง นี่จึงเป็นหนังฟอร์มระดับกลางของ Netflix ที่เอาดารานำมีชื่อมาชูโรงให้ดูเป็นหนังฟอร์มใหญ่ขึ้นมาหน่อย ซึ่งก็ได้ผลเพราะถ้าไม่ใช่ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็คงไม่มีแรงดึงดูด หรือความเชื่อใจให้ดูสักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่เอาดารานำมาปะหน้าแล้วจะขายได้ ตัวหนังเองก็ต้องมีดีพอตัวด้วยเหมือนกันถึงจะได้ดารานำใหญ่แบบนี้มาเล่น หลังดูจบบอกเลยว่าเหมือน Netflix กำลังพยายามสร้างหนังแฟรนไชส์ โดยใช้ดารานำเรื่องละคนอย่าง ไรอัน เรย์โนลส์ กับ 6 Underground ที่เปิดเรื่องมาก็บอกเลยว่ากะทำต่อยาวๆ รวมไปถึงเรื่อง Spenser Confidential กับ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็เช่นกัน ที่ทำให้หนังสร้างคาแรกเตอร์อดีตตำรวจตงฉินที่มีเอกลักษณ์ของการเป็นจอมเสือก ที่ได้ข่าวอะไรที่ดูแปลกๆ ก็มักจะพร้อมเข้าไปเสือกเรื่องราวเหล่านั้นทุกที จนทำให้เคสแรกของตัวเองก็ต้องลงเอยด้วยการได้รับโทษจำคุกตั้งแต่เปิดเรื่อง หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เรื่องราวภายในเรื่องของอดีตตำรวจ Spenser Confidential เล่าถึงนายตำรวจคนหนึ่งที่ต้องเข้าคุกติดตารางเพราะไปมีเรื่องกับหัวหน้าตัวเอง ซึ่งมีเรื่องในที่นี้คือเดินไปบวกหน้าบ้านแบบโต้งๆ เลย เป็นการห้าวที่ดีไม่ใช่น้อยจริงๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเลือดร้อนห้าวเป้งของพระเอกได้อย่างเห็นภาพ โดยเรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มขึ้นหลัง สเปนเซอร์ ออกจากคุกแล้วหัวหน้าคนที่เคยมีเรื่องด้วยดันมาถูกฆาตกรรมอย่างมีเลศนัยพอดี ด้วยความเป๊ะของไทม์มิ่งนี้ทำให้พระเอกของเราโดนสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ และเขาจึงต้องหาทางเคลียร์ตัวเองให้ได้ไวที่สุด ในระหว่างที่ดูเรื่องนี้บางทีอาจทำให้รู้สึกว่ามันเป็น Bad Boy ในเวอร์ชั่นที่ไม่เดือดเท่า แต่สิ่งที่ชอบคือการให้ความชัดเจนในคาแรกเตอร์ตัวเอกตั้งแต่ต้นจนจบ คือเป็ฯคนเลือดร้อน แต่ก็เป็นตำรวจตงฉินที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ขณะที่ตัวเพื่อนคู่หูที่เป็นชายผิวสีร่างยักษ์มีปม และเป็นอดีตคนคุก แม้จะมีพูดจิกกัดกับพระเอกบ้างแต่ก็รับลูกตลอด เพราะพื้นฐานแล้วเป็นคนดีเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นเพื่อไม่ให้มันดูพื้นๆ เกินไป ปีเตอร์ เบิร์ก ก็ยังคงไว้ลายฝีมือตัวเอง แบบว่าพอเช็ตติ้งให้สองตัวเอกเป็นคนดี ก็ต้องตีแบบเกือบๆ เหมือนเป็นการประชดกันไปเลย แต่แม้จะถุกเซ็ตมาให้ขาวทั้งคู่ก็ไม่ใช่ตัวละครที่จะแสดงท่าทีว่าตัวเองติ๋มเลยแม้แต่น้อย ทำให้ตัวเรื่องมีแอ็คชั่นกันบ่อย แต่ก็เป็นซีนที่อาจไม่ได้น่าจดจำอะไรเป็นพิเศษ สามารถดูได้เพื่อความบันเทิง ขณะที่พาร์ทสืบสวนก็เป็นแบบเบาๆ เรียกได้ว่าคนดูหลายๆ คนอาจจะเดาคนร้ายตัวจริงออกได้ตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ เพียงเราแค่ดูเหตุผลภายในเรื่องว่าจะปูให้เป็ยเรื่องราวอย่างไร ซึ่งในแง่ของเนื้อเรื่องก็พอทำได้เพลินๆ ไม่ได้ดี และก็ไม่ได้แย่นัก เนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงสามารถคาดเดาได้ง่าย ถ้าใครที่เป็นคนรุ่นใหม่ๆ หน่อยไม่คุ้นชินกับหนังตำรวจคู่หูยุค 90 อาจจะมองว่าเชยสะบัด เพราะพล็อตมันเดิมๆ มาก ตำรวจตงฉินโดนปลดจากราชการต้องกลับมาสืบสวนสอบสวนความไม่ชอบมาพากลในหน่วยงานที่ตัวเองเคยอยู่ โดยมีคู่หูที่ไม่ค่อยถูกคอกันมาคอยช่วย ซึ่งเนื้อเรื่องการเดินเรื่องนี่ออกจะเชยๆ จริง แต่ผมว่าดูๆ ไปการที่หนังพยายามจะใส่มุขตลกบ้าง แป้กบ้างลงไปในหนังมันก็ไม่ได้ทำให้หนังเลวร้ายจนเกินไปนัก เพราะคิดว่า มาร์ค วอห์ลเบิร์ก นี่ออกจะมีสเน่ห์ในการแสดง และการมารับบทนายตำรวจวัยกลางคนที่เริ่มจะเข้าสู่วัยชราของเค้า ก็ดูจะเหมาะกับบทอยู่ หนังใช้ประโยชน์จากช่วงรอยต่อ 5 ปี ที่ สเปนเซอร์ อยู่ในคุก พอออกมาก็กลายเป็นคนไม่ทันโลกได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง คลาวด์ ที่เค้าไม่รู้จัก รวมไปถึงอื่นๆ หนังใช้การสืบสวนสอบสวนเดินเรื่องสลับไปกับมุขตลก สรุป Spenser Confidential สเปนเซอร์ ลุย ล่า ปราบทรชน Spenser Confidential เป็นหนังแอ็คชั่นแนวระทึกชวัญแบบดูเพลินๆ ดูเพื่อความบันเทิงได้ในวันหยุดพักผ่อน>>ดูหนังออนไลน์
Tootsies & The Fake ตุ๊ดซี่ส์แอนด์ เดอะเฟค
ภาพยนตร์เรื่อง Tootsies & The Fake หรือที่เรียกกันในภาษาไทยว่า ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค เป็นหนังไทยอีกหนึ่งเรื่องของค่าย GDH ที่น่าดูเป็นอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วส่วนใหญ่ค่ายนี้ไม่ค่อยทำหนังลักษณะตลกคาเฟ่ตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะสักเท่าไหร่ จะมีลักษณะแนวนี้ก็คือตอนทำ ไดอารี่ออฟตุ๊ดซี่ส์ ซึ่งก็เป็นซีรี่ย์ที่ตลกตบมุกเป็นตอนๆ แถมได้ขำกลิ้งกับความฮาในเรื่องอยู่พอสมควร เรื่องย่อของ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ไม่นานนักงานเข้าเหล่าแก๊งตุ๊ดทันที เมื่อ แคร์ธี่ (อารยา เอ ฮาร์เก็ตต์) ซุปตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยดันประสบอุบัติเหตุจากเหงื่อเจ้ากรรมของ อีกอล์ฟ (ปิงปอง ธงชัย) จนโคม่า งานนี้นางเลยแท็กทีม 2 เพื่อนตุ๊ดทั้ง กัส (เพชร เผ่าเพชร) ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง วิน (กรรณ สวัสดิวัตน์) แฟนใหม่แสนดีกับ ท็อป (เจ กฤษณภูมิ) แฟนเก่าชวนใจสั่น นอกจากนั้นยังมี คิม (เต๋อ รัฐนันท์) ศจีสาวตกสวรรค์แถมจมูกพังกลางอากาศ และอีกหนึ่งเพื่อนดี้อย่าง แน็ตตี้ (พีค ภัทรศยา) ที่แม่ขู่จะยกมรดกให้แมวหากว่านางไม่ยอมมีลูก ดังนั้นทั้งสี่จึงต้องร่วมมือทำภารกิจแปลง เจ๊น้ำ (อารยา เอ ฮาร์เก็ตต์) แม่ค้ากะหรี่ที่มีเพียงใบหน้าที่ไปศัลยกรรมจนเหมือนคุณเคที่ มาเฟคเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในงานถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญ ก่อนที่จะถูกฟ้องจนหมดตัว นับจากนั้นภายในเรื่อง Tootsies & The Fake เรื่องราวของกะเทยที่ชื่อว่า ช่า บนเพจเฟซบุ๊ค บันทึกของตุ๊ดก็ได้โลดแล่นบนหน้าไทม์ไลน์สร้างความสนุก เสียงหัวเราะ ให้ข้อคิด และบ่อยครั้งก็มีคราบน้ำตามาเป็นของแถมให้ผู้อ่าน จนกระแสความนิยมได้ไปเตะตาทาง GDH 559 เข้าอย่างเต็มๆ แล้วมอบหน้าที่กุมบังเหียนให้กับ เติ้ล กิตติภัค ทองอ่วม อดีตแคสติงไดเรกเตอร์ตัวกลั่นมาเป็นผู้กำกับแบบเปิดซิงครั้งแรกในชีวิต หลังจากนั้นซีรี่ย์เรื่องนี้ก็ได้ออนแอร์ไปทั่วสารทิศ รวมไปถึงบนสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายไปจนครบสองซีซั่น ซึ่งทำให้ก็ได้ฤกษ์ที่เหล่าแก๊งตุ๊ดซี่ส์จะได้มาโลดแล่นบนจอใหญ่ และในเมื่อสูตรของซีรี่ย์มันทำออกมาแล้วสำเร็จ จากนั้นก็เลยยกโครงสร้างการเล่าเรื่องของซีรี่ย์มาใช้เสียเลย แต่เพื่อให้เหมาะกับหนังความยาว 108 นาทีของหนัง แทนที่เรื่องราวจะเจาะไปที่แต่ละตัวละครแบบในซีรี่ย์แต่ละตอน หนังเลยปรับโครงสร้างให้มีพล็อตหลักเป็นภารกิจกู้หน้าความพังพินาศ ที่กอล์ฟ และคิมก่อเอาไว้กับซุปตาร์อย่าง แคร์ธี่ แล้วเสริมพล็อตรองด้วยประเด็นของ กัส อย่างประเด็นที่นางเกลียดเด็กเข้าไส้ แต่วินดันต้องเอาหลานกำพร้ามาเลี้ยงในบ้านเป็นพล็อตรองที่เกือบสำคัญเท่าพล็อตหลัก แล้วมีพล็อตย่อยอย่างเรื่องของแน็ตตี้ที่น้อยใจแม่ไม่ยอมเซ็นยกมรดก แถมยังไปเอาแมวมาเลี้ยงเป็นลูก และยังบังคับให้เธอมีลูกให้ได้อีกพล็อตหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่กิตติภัคจะต้องยอมแลกคือความสมเหตุสมผลของเรื่องราว จากนั้นก็ไปเน้นเสิร์ฟความสนุกจากมุกแซ่บๆ ที่แฟนซีรี่ย์ต่างคุ้นเคย ซึ่งผลลัพธ์นับว่าน่าพึงพอใจทีเดียว หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ข้อดีของเรื่อง Tootsies & The Fake หนังเปิดเรื่องด้วยคาแรกเตอร์ที่คนดูคุ้นเคย พร้อมเสียงบรรยายของช่า ก็ยังเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนซีรี่ย์ที่สามารถจดจำได้เลยว่า ตัวละครนี้เห็นหน้าปุ๊ปรู้เลยว่าเป็นคนยังไง โดยไม่ต้องทำการบ้านให้เสียเวลาแต่อย่างใด แต่หากคิดว่าเราก็ดูซีรี่ย์ซ้ำไปอีกรอบไม่ดีกว่าเหรอ อยากจะพูดตามตรงว่า กิตติภัค ฉลาดพอ และเข้าใจวื่ออย่างภาพยนตร์มากพอ ที่จะเลือกหยิบสิ่งที่ใช้มานำเสนอ และที่สำคัญคือการเพิ่มตัวละครของ ชมพู่ อารยา ก็เป็นทางเลือกอันชาญฉลาด ที่จะจับนางเอกระดับตัวแม่ของเหล่ากะเทยไทยมาเล่นบทที่แตกต่างจากที่เคยแสดงมา เสริมด้วยเมกอัพเอฟเฟกต์ทั้งเขี้ยว และหูปลอม นอกจากนี้ด้วยการฝึกฝนเป็นเจ๊น้ำเพื่อรับบทตัวเฟค ก็ช่วยพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงของเธอไปอีกขั้น แม้ดูเหมือนว่าโดยภาพรวมแล้วมันจะทำให้หนังเรื่องนี้มีศูนย์กลางที่เจ๊น้ำมากกว่าเรื่องเล่าของเหล่าตุ๊ดซี่ส์เหมือนในซีรี่ย์ก็เถอะ แต่หนังก็ยังมีธีมเฟค ที่นอกจากการต้องทำตามภารกิจหาคนหน้าเหมือนมาเฟคแล้ว ชีวิตแต่ละคนยังต้องดีลกับความเฟคที่ต่างกันไป ทั้งเฟครักเด็กเพื่อผัว เฟคอยากมีลูกเพื่อมรดก หรืออย่างจมูกใหม่ของคิมก็ทำให้เห็นว่านางก็ติดตามความเฟคไม่แพ้คนอื่น แม้แต่กอล์ฟเองก็เคยเสพย์ติดความเฟคในความสัมพันธ์กับพี่วิศิษย์ที่ท้ายสุดก็มีอันต้องแยกจากกัน หนังเรื่องนี้ช่วยเกาะเกี่ยวยึดโยงเรื่องราวให้เห็นเนื้อเดียวกัน และยังเอื้อให้เกิดมุกใหม่ๆ บนจอใหญ่ที่สร้างความครื้นเครงได้แบบเป๊ะปังกะละมังหม้อเลยทีเดียว สรุป Tootsies & The Fake ตุ๊ดซี่ส์แอนด์ เดอะเฟค Tootsies & The Fake ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค คือ หนังไทยที่ช่วยให้เราได้ลืมความจริงจังอันเลวร้ายได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติดที่ติดอยู่อย่างเป็นประจำ หรือจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่ก็ค่อนข้างย่ำแย่ไม่แพ้กัน หากใครได้ดูเรื่องนี้รับรองว่าต้องฮาแตกขำกลิ้งจนลืมเรื่องเครียดๆ ได้อย่างแน่นอน>>ดูหนังออนไลน์
Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด
สำหรับหนังเฟรนไชส์ความรักอีโรติกระทึกขวัญอย่าง Fifty Shades ที่กลับมาอีกครั้งในภาคสุดท้ายที่ชื่อว่า Fifty Shades Freed โดยบทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่าง คริสเตียน เกรย์ และ แอนัสดาเซีย สตีล เซอร์วิสแฟนๆ ให้รู้สึกฟินเช่นเคย ยังคงสร้างความเสียวซ่านอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่งเรื่องที่คนดูอย่างเราไม่ควรคาดหวังอะไร ชวนคนรักรู้ใจ หรือใครก็ได้อายุ 20 ปีขึ้นไป เข้าไปดูมาฟินพระนางเข้าคู่อวดเรือนร่างเซ็กซี่ ลีลาเซ็กซ์เร้าร้อน ที่จัดเต็มแบบถี่ยิบเช่นเคย รวมถึงไปดูภาพสวยๆ เพลงดีๆ ดูเพลินกับสองนักแสดงหนักที่ขนเสน่ห์มาแบบล้นจอเช่นเคย หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร สำหรับภาคสุดท้ายของหนังรักสุดเร่าร้อนในชุดของ " Fifty Shades " ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายสุดโด่งดังในต่างประเทศ ซึ่งสำหรับภาคสุดท้ายอย่าง " Fifty Shades Freed " ในภาพรวมถือว่าใช้ได้ ดูเพลินๆ และรู้สึกใจหวั่นซาบซ่านทุกนาที พร้อมเซอร์วิสแฟนๆ แบบเต็มๆ อยู่ไม่น้อยเลย เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่ของคริสเตียน และแอนา เริ่มต้นด้วยทริปฮันนีมูนในยุโรปของ " มิสเตอร์คริสเตียน เกรย์ (Jamie Dornan) " และ " มิสซิสแอนาสเตเซีย เกรย์ (Dakota Johnson) " เติมเต็มความหวานให้แก่กัน รวมถึงเซ็กซ์อันร้อนฉ่า และสิ่งที่มากกว่าเซ็กซ์รอคอยอยู่ มีบุคคลคอยจ้องตามรำควาน และจะทำลายชีวิตคู่ของพวกเขาอย่าง " แจ็ค ไฮด์ (Eric Johnson) " บอสเก่าของแอนาที่จะกลับมาสร้างปัญหาอีกครั้งนั่นเอง ซึ่งหากใครดูมาทุกภาคแล้ว ก็น่าจะอยู่ในสิ่งที่หนังเป็นอยู่ บรรยากาศต่างๆ ในเรื่องคล้ายเดิมเลย แต่ความสัมพันธ์ของเขา และเธอมีความพัฒนาจนมาถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างแท้จริงในภาคนี้ ซึ่งหนังค่อนข้างจะมอบความโรแมนติคแบบหวานมากๆ ทำให้คนดูรู้สึกอิจฉาพวกเขาทั้งคู่เพิ่มขึ้นๆ ไปอีกจริงๆ ซึ่งเป็นอะไรที่เราค่อนข้างชอบมากนะ ดูแล้วรู้สึกเขินมากๆ เลย เพราะเราติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก และก็ชอบมาทุกภาค ถึงแม้ด้านเนื้อหาของหนังจะแลดูน้ำเน่าไปมากก็ตาม แต่สิ่งที่หนังขุดพยายามจะดึงดูดคนดูคือ องค์ประกอบรอบด้าน ความหรูดูแพง และการแสดงกริยาท่าทาง รวมไปถึงอารมณ์ที่ส่งให้กัน มันชั่งส่งเสริมให้หนังดูเพลิดเพลิน และน่าติดตามตลอดเวลา ในภาคนี้ ความอีโรติค ฉากเซ็กซ์ติดเรทพิสดารต่างๆ ค่อนข้างเยอะ และถี่ยิบมากเลยแหละ เรียกได้ว่าทุกๆ 5-10 นาทีเสียด้วยซ้ำ บางฉากก็มาถูกจังหวะ บางฉากก็มาผิดคิวเกินไปแบบไร้สาเหตุจริงๆ ซึ่งทำให้หนังรู้สึกอาจจะดูล้นๆ ไปบ้างในด้านวาบหวิวกว่าทุกภาค และมาทีละนิดๆ แปปๆ แต่มาถี่ๆ จนไม่รู้สึกฟินจิกเบาะเท่าภาคแรก ที่ค่อยๆ มาแต่เอาอยู่ทุกซีนอะไรแบบนี้ แต่บางซีนคือฟินนะ มันโคลสอัพมุมกล้องนักแสดง เห็นความคมชัดในรูปร่าง และอารมณ์ ที่ทำให้รับรู้ถึงความรักที่น่าหลงใหลจนอยากจะกลืนกินเลย ดูแล้วฟินแบบอยากจะจับกับคนที่มาดูด้วย เติมความอบอุ่นให้ตัวเองกันเลยครับ ซึ่งส่วนนี้ก็มีทั้งดีทั้งเสียปนเปกันไป ความรู้สึกหลังดู Fifty Shades Freed จบ การจบภาพยนตร์ไตรภาคที่มีสาวๆ ทั่วโลกคอยติดตามได้เป็นอย่างดี และคงทำให้พวกเธอฟินสุดๆ ต้อนรับวาเลนไทน์ แต่ถ้าจะให้พูดถึงแง่ของความซื่อสัตย์ต่อตัวหนังแล้ว เราว่ามันอาจจะมีการบิดเบือนอยู่เล็กน้อย เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ภาพยนตร์ในชุดของ Fifty Shades นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากหนังสืออีโรติก แต่ Freed กลับไม่ได้ดูสยิวสมกับประเภทเท่าที่ควร มันกลับมีความรักที่แสนที่ลึกซึ้งเข้ามาแทนที่ จริงๆ แล้วรู้สึกเลยว่ามันต้องถูกจัดประเภทให้เป็นหนังโรแมนติกถึงจะถูกต้องมากกว่า อย่างไรก็ดี การถ่ายทอดเรื่องราวที่สวยงามทำให้คนดูประทับใจได้ ไม่ว่าทีมงานจะทำหนังถูก หรือผิดคอนเซป ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำหนังแล้ว จากการเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด นั้น พบว่ากลุ่มคนดูส่วนใหญ่เป็นสาวๆ จากรั้วมหาวิทยาลัย และวัยทำงาน ที่รวมกลุ่มกันมาชื่นชมความหล่อเท่ และมัดกล้ามที่เคยเผยเอาไว้ในภาคที่แล้วมีคุณเกรย์ ส่วนผู้ชายเลือกดูหนังเรื่องนี้น้อยมาก และผู้ชายเกือบทุกคนที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ มักจะหนีบแฟนมาดูด้วย ปฏิกิริยาของสาวๆ หลังชมภาพยนตร์ค่อนข้างดี แต่ผู้ชายส่วนใหญ่จะหน้านิ่งๆ หลังจากสอบถามแล้วพบว่าฉากในภาพยนตร์อาจจะไม่ถึงพริกถึงขิงสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับหนังผู้ใหญ่ที่พวกเขาชมกันตามปกติ สรุป Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด เนื่องจากทีมงานผู้ผลิต Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด นั้นทุ่มเทในการทำงาน ฉากสวย โลเคชั่นดี พล๊อตมีความน่าสนใจ เราคาดว่าคุณคงชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าคาดหวังว่าจะมาดูฉากร่วมรักโดยเฉพาะ เราบอกได้เลยว่าได้ดูแน่ แต่อาจจะไม่ได้มันหลุดโลก หรือพิสดารอย่างที่คุณจินตนาการเองไว้สักเท่าไหร่นัก>>ดูหนังออนไลน์
Edge Of Tomorrow ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร
สำหรับเรื่อง Edge of Tomorrow คือหนังแอคชั่นที่มีการผสมผสานกับเรื่องราวของความเป็นหนังแอ็คชั่นไซไฟเอาไว้ด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านเหตุการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในอนาคตระหว่างมนุษย์โลก และมนุษย์ต่างดาว ผ่านตัวละครหลักที่จะย้อนเวลากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ในทุกๆ ครั้งที่เขานั้นตาย ซึ่งแนวคิดเรื่องการตายแล้วเกิดใหม่ และย้อนเวลานั้นอยู่ในหนังหลายๆ เรื่องเช่นกัน แต่สำหรับการนำเอามาใช้ในหนังสงครามแล้วก็นับได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่มีความน่าสนใจ และน่าติดตามดูไม่น้อยที่คนเพียงคนเดียวจะสามารถเปลี่ยนแปลงผลของสงครามที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกครั้งนี้ได้อย่างไร ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เองก็ได้รับคำวิจารณ์ และเป็นที่ถูกใจของผู้ชมเป็นจำนวนมาก จากการนำเอาแนวหนังหลายๆ อย่างเอาไว้ด้วยกันในเรื่อง และสามารถทำออกมาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับความกลมกล่อมในรสชาติของหนัง ไม่ว่าจะเป็น หนังแอ็คชั่น หนังสงคราม หนังไซไฟ หนังโลกอนาคต และหนังเอเลี่ยน เรียกได้ว่าเลือกดูเพียงแค่เรื่องเดียวก็คุ้มค่าที่จะเสียเวลาดูแล้วนั่นเอง นอกจากจะเป็นหนังที่ถูกอกถูกใจของนักวิจารณ์แล้ว ทางด้านรายได้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำออกมาได้เยอะเช่นกัน โดยสามารถทำรายได้รวมทั่วโลกได้สูงมากถึง 370 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว และยังเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ทำรายได้สูงแบบถล่มทลายในซัมเมอร์เมื่อปี 2014 อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นหนังแอคชั่น คอมเมดี้ อย่าง Mr. & Mrs. Smith หนังแอคชั่น ไซไฟ อย่าง Jumpers และลีแมน ยังเป็นหนึ่ง ในผู้บริการของ หนังสายลับ ชื่อดังระดับโลกอย่าง The Bourne Supremacy อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี่ นักเขียนบท เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม เมื่อปี 1995 มาเขียนบทให้กับหนังเรื่องนี้อีกด้วย พร้อมกับได้นักแสดง แอคชั่นสตาร์ชื่อดัง ที่เคยได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ มาแล้วถึงสามครั้ง อย่าง ทอม ครูซ นักแสดงหลัก จากภาพยนตร์ชุด Mission: Impossible ร่วมแสดงกับ เอมิลี บลันต์ จากภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เมื่อความตายกลายเป็นชัยชนะแก่มวลมนุษยชาติ ความตายเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ใครจะคิดว่าสิ่งที่เรากลัวที่สุดจะช่วยให้มวลมนุษยชาตินั้นรอดพ้นกับหายนะครั้งยิ่งใหญ่จากการบุกโลกเอเลี่ยนได้ อย่างในหนังเรื่อง Edge of Tomorrow พระเอกของเรื่องต้องพบกับความตายครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อหาวิธีต่อกรกับศัตรูตัวร้ายอย่างเอเลี่ยนต่างดาวที่ใช้ความสามารถแบบเดียวกันนี้เอาชนะเรามาตลอด โดยที่เราไม่มีทางเอาชนะพวกมันได้เลย อยู่มาวันหนึ่งโลกก็ได้ถูกรุกรานโดยอากาศยานลึกลับจากนอกโลก พวกมันได้เข้าโจมตีตรงแถบทวีปยุโรป ทำให้มีผู้คนล้มตายหลายล้านคน และในที่สุดพวกมันก็สามารถยืดพื้นที่แถบยุโรปเกือบทั้งหมดแล้วทำเป็นฐานที่มั่น เหล่ามนุษย์หลายประเทศจึงรวมตัวกันก่อตั้งพันธมิตรป้องกันโลกอย่าง United Defense Force หรือ UDF ขึ้นมา ทำการโจมตีพวกต่างดาวหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนเวลาผ่านไป 5 ปี มนุษยชาติก็ได้สร้างชุดเกราะเหล็กสำหรับนักรบไว้เพื่อต่อกรกับเหล่าเอเลี่ยน และก็ได้รับข่าวดีว่าได้รับชัยชนะครั้งแรกที่ เวอร์ตัน ประเทศฝรั่งเศส ที่นำโดย สิบเอกริต้า แวร์เทสกี้ จนทำให้เธอได้รับฉายาว่าเทพสงครามเวอร์ตัน ในเวลาต่อมานายพลบริกแฮม ผู้บัญชาการของ UDF ได้เรียกตัวพันตรีวิลเลี่ยม เคจ ผู้ที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้มีผู้คนอาสาเข้าร่วมรบกับเอเลี่ยนโดยผ่านโฆษณา และสื่อต่างๆ ให้เข้าร่วมสงครามทั้งที่ตนไม่ได้อยากจะเข้าร่วม เขาจึงคิดที่จะหนีแต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น โดยยิงปืนไฟฟ้าใส่แล้วสลบไป พอฟื้นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ค่ายทหารแล้วถูกส่งให้ไปรบยังแนวหน้าแบบงงๆ ระหว่างที่อยู่ในสนามรบก่อนจะตายเคจได้สังหารเอเลี่ยนตัวหนึ่งด้วยระเบิด เลือดของมันกระจาย และไหลเข้าไปในตัวเขาก่อนสิ้นใจ แทนที่จะจบแต่เคยกลับตื่นขึ้นมาใหม่ในตอนที่ถูกส่งตัวมาที่ค่ายทหาร แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างก็เหมือนเดิมจนเขาเข้าไปอยู่ในสนามรบ และตายอีกครั้งตื่นแล้วตายวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ หากใครที่เคยรับชมหนังเอเลี่ยนบุกโลกมาแล้วหลายเรื่อง อาจจะรู้ได้ว่าพลังของเจ้าตัวเอเลี่ยนมีพลังที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเรื่องอย่าง Edge of Tomorrow พวกมันมีพลังเกี่ยวกับการย้อนเวลา ซึ่งยังไม่เคยเห็นหนังเรื่องไหนที่นำเอาพลังเหล่านี้มาเล่นสักที ถือว่าค่อนข้างแปลกใหม่ในแง่ของพลังเอเลี่ยนเป็นอย่างมาก แต่ถ้าพูดถึงการดำเนินเรื่องโดยการใช้ลูกเล่นให้พระเอกตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ในวันเดิมๆ โดยที่จำทุกอย่างได้หมด การดำเนินเรื่องแบบนี้ก็มักจะมีให้เห็นได้ในหนังหลายๆ เรื่อง แต่ตอนจบ และการดำเนินเรื่องก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งพอนำมาใช้กับเรื่องราวในสงครามระหว่างคนกับเอเลี่ยนแล้ว คะแนนของเรื่องนี้พุ่งกระฉูดอย่างแน่นอนเลยล่ะ สรุป Edge Of Tomorrow ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร สำหรับตัวหนังเป็นแอ็คชั่นแนวจริงจังซีเรียส เพราะเป็นเรื่องของความอยู่รอดของเหล่ามนุษยชาติ จะไม่ค่อยมีมุขตลกให้เห็นสักเท่าไร แต่ก็มีความมันส์ที่พร้อมจัดเต็มให้คนดูได้อิ่มเอมใจไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว>>ดูหนังออนไลน์
Klaus มหัศจรรย์ตำนานคริสต์มาส
ผ่านพ้นช่วงเทศกาลออสก้าร์ หนังหลายเรื่องก็สามารถคว้ารางวัลใหญ่กลับไปตามคาด และสมศักดิ์ศรี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปีนี้มีหนังหลายเรื่องที่ควรค่าแก่ออสก้าร์มากๆ หากวัดกันที่คุณภาพ นั้นคงเป็นเหตุผลที่ Parasite มีบทบาทบนเวทีใหญ่จนกระทั่งสร้างประวัติศาสตร์ ซึ่งนอกเหนือจากสาขาภาพยนตร์ ในสาขาอนิเมชั่นก็มีหลายเรื่องที่น่าจับตา หากใครมีโอกาสได้เปิดดูแอนิเมชั่นเรื่องนี้รับรองเลยว่ามันไม่ใช่แอนิเมชั่นที่ดีแบบเฉยๆ อย่างแน่นอน แต่มันเป็นถึงแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมทีเดียวเลยแหละ ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า Klaus มหัศจรรย์ตำนานคริสต์มาส ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากประเทศสเปนที่จะบอกเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของซานตาครอส เรียกได้ว่าเป็นตำนานอีกบทหนึ่งที่เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่ชื่อว่า เจสเปอร์ ลูกชายของมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจไปรษณีย์ ที่หลงไหลในความร่ำรวย และสุขสบายจนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวที่นิสัยเสีย หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เนื้อเรื่องของภาพยนตร์สุดน่ารักที่แฝงไปด้วยข้อคิด เริ่มต้นของเรื่องก็มีอยู่ว่า เจสเปอร์ บุรุษหนุ่มไปรษณีย์ผู้รักความสบายสุดๆ ได้ถูกพ่อตัวเองที่เป็นเจ้าของบริษัทไปรษณีย์ส่งตัวไปยังเมืองน้ำแข็งเล็กๆ ที่ไกลโดดออกไปจากภูมิภาคประเทศอื่นๆ เนื่องจากต้องการดัดนิสัยในตัวลูกขายที่ไม่เคยจริงจังกัยหน้าที่เป็นบุรุษไปรณีย์เลย โดนการออกคำสั่งว่าถ้าไม่สามารถส่งจดหมายครบทั้งหมด 6,000 ฉบับ โดยที่ทุกฉบับต้องประทับตราแสตมป์ด้วยตนเอง ถ้าไม่เช่นนั้นจะตัดขาดจากกองมรดกนั่นเอง เจสเปอร์ผู้เพียบพร้อมไม่เคยตกระกำลำบากเลยสักครั้งเดียว เพราะเป็นคุณชายในบ้านหลังใหญ่มาโดยตลอด แต่ต้องมาเผชิญกับเมืองน้ำแข็งแห่งความมืดมิดที่พร้อมจะมีสงครามกันตลอดเวลา ซึ่งไม่มีหนทางที่คนในเมืองจะเขียนจดหมายหากันได้เลย จนวันหนึ่งเค้าได้เจอกับ เคล้าส์ (Klaus) ชายร่างใหญ่ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงทางตอนเหนือของเมืองแห่งนี้ ผู้ที่ทำให้เจสเปอร์คิดหาทางที่จะทำให้ชาวเมืองเขียนจดหมายส่งให้กับเค้าได้ เนื่องจากเคล้าส์มีของเล่นในบ้านจำนวนมาก ดังนั้นเด็กคนไหนที่อยากได้ของเล่นจากเคล้าส? ก็จะต้องเขียนจดหมายส่งหาเคล้าส์ โดยมีตัวกลางในการส่งจดหมายนั่นก็คือเจสเปอร์นั่นเอง เด็กทุกคนจะต้องเขียนจดหมายผนึกลงซองพร้อมจ่าย 1 เหรียญเพื่อประทับตราแสตมป์ โดยเจสเปอร์ได้ประกาศให้เด็กทุกคนทราบว่าเด็กดีเท่านั้นที่เค้ลาส์จะส่งของเล่นมาให้ เราจึงได้เห็นพัฒนาการของพฤติกรรมเด็กๆ ในเมืองในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ รู้จักช่วยเหลือกัน พัฒนาเมืองให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณครูอัลวา (Alva) คุณครูสาวสวยที่ไม่เคยได้สอนหนังสือเด็กแลยนับตั้งแต่เข้ามาในเมืองนี้ ได้เริ่มหน้าที่ที่ตัวเองอยากทำมาตั้งนานแล้ว เนื่องจากเด็กๆ ต้องการที่จะเขียนหนังสือให้เป็น เพราะจะได้เขียนส่งจดหมายไปหาเคล้าส์ได้ เรียกได้ว่าภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ดำเนินเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม สอดแทรกมุกตลกให้ได้หัวเราะกันบ้างเป็นปะปลาย บางฉากของเด็กๆ ที่ทำตัวดีขึ้นพาให้คนดูได้อมยิ้มไปกับความน่ารักน่าเอ็นดู พร้อมทั้งมีข้อคิดในเรื่องสอดแทรกอยู่เป็นพักๆ โดยเฉพาะประโยคที่เจสเปอร์เคยพูดกับเคล้าส์ว่า การกระทำของคนเราย่อมมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังเสมอ แต่เคล้าส์ก็พูดกลับไปให้เจสเปอร์คิดว่า "การกระทำที่ปราศจากความเห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง จุดประกายให้เกิดการทำความดีเสมอ" ซึ่งในตอนสุดท้ายของเรื่องเจสเปอร์ก็ได้รับรู้ถึงการกระทำที่ปราศจากความเห็นแก่ตัวได้อย่างแท้จริง แถมยังมีเพลงประกอบเพราะๆ ชื่อว่าเพลง Invisible ที่ร้องโดยศิลปินสาวสวยอย่าง Zara Larsson โดยเนื้อหาเพลงเกี่ยวข้องกับสิ่งดีๆ ความสุขความรู้สึกดีๆ ที่อาจจะมองไม่เห็นแต่สามารถสัมผัสด้วยความรู้สึกได้ สิ่งที่ประทับใจภายในเรื่อง Klaus มหัศจรรย์ตำนานคริสต์มาส นอกจากนี้สิ่งที่ประทับใจของภาพยนตร์คือ ปมความหลังของเรื่องราวของเคล้าส์ ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของเคล้าส์กับภรรยาที่อยากมีลูกมาก จึงได้สร้างของเล่นมากมาย เพื่อรอให้ลูกได้เกิดมาเล่น แต่วันนั้นกลับไม่มีจริง กลับกลายเป็นของเล่นทั้งหมดจึงถูกส่งมาให้เด็กๆ ในเมืองแห่งนี้แทน ซึ่งเหมือนเป็นการเติมเต็มความรู้สึกของเคล้าส์กับภรรยาที่ได้ล่วงลับไปแล้วได้ ดูเหมือนเป็นการเล่าเรื่องราวที่มาของการเป็นซานตาครอสในรูปแบบใหม่ ที่ต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ โดยผลงานเรื่องนี้ได้สร้างเรื่องราวมาเป็นอย่างดีแล้ว หากแต่เพิ่มความพิเศษมากขึ้นไปอีกด้วยฉากจบ ซึ่งไปไกลก้าวล้ำกว่าคำว่า Happy Ending ตามแนวทางของแอนิเมชั่นทั่วไป โดยผลงานเรื่องนี้เลือกฉากจบอันแสดงให้เห็นถึง สัจธรรมความจริงของชีวิตมนุษย์ ทำให้เห็นความลึกซึ้งที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหา และเหมาะแก่การนำไปขบคิดต่ออย่างแท้จริง ทำให้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของมนุษย์หากแต่มีความลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น มีความเต็มอิ่มมากกว่า เพียงแค่จะถูกมองว่าเป็นภาพยนตร์แห่งจินตนาการ ที่เพียงแค่เรื่องเล่าของซานต้าในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นหนังอนิเมชั่นที่เกินกว่าคำว่าสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง เต็มอิ่มไปด้วยเรื่องราวอันแสนลึกซึ้ง และกินใจ สอดแทรกความตลกได้แบบเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความน่ารักมากมาย อีกทั้งยังมาพร้อมลายเส้นสวยงาม ดูง่าย ช่างเหมาะสมกับเรื่องราวเสียจริงๆ สรุป Klaus มหัศจรรย์ตำนานคริสต์มาส สำหรับใครที่รู้จักสนใจในแอนิเมชั่นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สามารถลองหาชมดูได้ใน Netflix ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างความบันเทิงที่แฝงข้อคิดให้คุณดูได้ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่เราอาจจะไม่เคยสนใจเลยก็เป็นได้>>ดูหนังออนไลน์
6 Underground 6 ลับ ดับ โหด
เหล่าคอหนังแอ็คชั่นหลายคนคงชื่นชอบ และคุ้นเคยกับความมันส์ระดับฮอลลีวู้ดจากฝีมือการกำกับของ ไมเคิล เบย์ ผู้ที่สร้างความระห่ำแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมในหนังเรื่องดังหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Bad Boy ภาคหนึ่ง และภาคสอง, Tranformers Series, 13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi และครั้งนี้ชาว Netflix จะได้มันส์สะใจแบบพิเศษสุดๆ กับผลงานล่าสุดของเขากับ 6 Underground หรือชื่อไทยว่า 6 ลับ ดับโหด หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร เนื้อเรื่องของ 6 Underground 6 ลับ ดับ โหด เกี่ยวกับมหาเศรษฐีหนุ่มนักประดิษฐ์รวบรวมทีมเฉพาะกิจฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลกขึ้นมา 6 คน ทุกคนจะต้องแสร้งตายเพื่อลบอดีต และใช้รหัสโค้ดตัวเลขแทนชื่อ โดยทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือทนเห็นความอยุติธรรมบนโลกนี้ไม่ได้ พวกเขาจึงต้องการเปลี่ยนแปลงโลก ด้วยการกำจัดเหล่าคนชั่วที่อำนาจรัฐไม่อาจแตะต้องได้ เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับล่าสุดของ ไมเคิล เบย์ บิดาแห่งการวางระเบิดกองถ่าย ซึ่งหนัง Netflix เรื่องนี้ใช้ทุนสร้างไปกว่า 150 ล้านเหรียญ เป็นรองแค่ The Irishman และยังได้พระเอก ไรอัน เรย์โนลด์ มารับบทนำ พ่วงด้วยมือเขียนบทจาก Deadpool และ Zombieland ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเป็นไมเคิล เบย์ อยู่ทุกอณูแค่เปิดเรื่องหนังก็ประเคนฉากขับรถไล่ล่าสุดระห่ำมาให้ผู้ชมจัดเต็มความมันเกือบ 20 นาทีโดยไม่หยุดพัก ทั้งขับรถหนีทั้งยิงต่อสู้ ดริฟท์หลบเด็กหลบหมา ขับฝ่าซอกตึก ท่ามกลางโลเคชั่นสวยๆ ของอิตาลี โดยมีตัวละครแหกปากโวยวายอยู่ในรถ พร้อมมุกตลกร้ายกับเพลงประกอบที่ใส่มาอย่างถูกจังหวะ และที่ขาดไม่ได้เลยคือฉากระเบิดที่ใส่เข้ามาแบบไม่มีอั้น ทั้งระเบิดถนน ระเบิดตึก ระเบิดรถ วินาสสันตะโรไปหมด แม้แต่รถชนแผงลอย แผงลอยยังระเบิด คืออะไรที่ผ่านหน้ากล้องจะต้องมีสะเก็ดไฟปลิวว่อน ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นวัตถุไวไฟหมด กระนั้นหนังก็ยังขาดความเนี้ยบของรายละเอียดที่ขนาดไม่ได้อยากจับผิดยังเห็นว่ากระจกมองข้างที่หักไปแล้วมันกลับมาอยู่ที่เดิม หรือจอดรถเอาลูกตาแสกนอยู่ดีๆ ก็มีคนเดินเอาแขนมาพิงรถฝั่งคนขับแบบงงๆ แต่จะให้มาถามหาความสมจริงในหนังเบย์ก็ใช่เรื่องซะที่ไหน มันโม้ตั้งแต่คนแค่ 6 คนจะเปลี่ยนแปลงระบอบเผด็จการแล้ว ในเนื้อหาของหนังนั้นไม่ได้มีความซับซ้อนเลย สามารถเล่าแบบ 1-2-3-4 ได้ แต่หนังกลับเล่นท่ายากโดยการตัดต่อแบบกระชากไปกระชากมา สลับไทม์ไลน์เพื่อปูพื้นตัวละครแต่ละคนโดยไม่สนผู้ชมเลยว่าจะตามหนังทัน หรือไม่ ซึ่งมันไม่เวิร์ค ส่งผลให้ผู้ชมไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกับตัวละครในครึ่งแรกเลยแม้แต่น้อย แล้วลูกทีมแต่ละคนก็เคมีไม่เข้ากันเลย ยังดีที่ได้ไรอันมาช่วยแบกทีมไว้ หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน พล็อตเรื่องอุดมไปด้วยความแอ็คชั่นที่เกินร้อย ในเรื่องของเนื้อหามันก็คือ พล็อตหนังในแบบที่หนังแอ็คชั่นสไตล์เหล่าทีมปฏิบัติการพิเศษปราบคนชั่วทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดีในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ด้วยฉากหลังเกี่ยวกับประเทศที่ถูกกดขี่ในระบอบเผด็จการจากนายพลสุดเหี้ยม ซึ่งอาจจะถูกใจคนดูหลายๆ คนจนแอบคิดไปว่าคนเขียนบทเค้าไปอ่าน หรือติดตามเหตุบ้านการเมืองในประเทศแห่งหนึ่งแถวๆ เอเชีย หรือเปล่า? ทำให้ตัวหนังมันค่อนข้างจะเข้ากับสถานการณ์ร่วมสมัยดี และด้วยการสอดแทรกมุกตลกล้อเลียนหนัง และเพลงสุดจะกวนทีน ที่ทำให้ตัวหนังนั้นมีความตลกแทรกทำให้ไม่น่าเบื่อเกินไป และสิ่งที่ชอบอย่างหนึ่งคือการออกแบบฉากบู๊ที่จัดเต็มโดยไม่หวงทรัพยากร ทั้งระเบิด กระสุนที่ปลิดปลิวไปมาอย่างจัดเต็ม ไม่มีกั๊ก ฉากไล่ล่าที่โคตรสะใจทุกฉากทุกตอนที่ Michael Bay ประเคนให้แบบสุดลิ่มทิ่มประตูกันเลยทีเดียว บวกกับเพลงประกอบที่สรรหาทำออกมาให้เข้ากับฉากแอ็คชั่นทำให้ดูเพลินมากๆ การสร้างตัวละครที่เป็นอีกหัวใจของหนัง หนังเหมือนจะอ่อนเรื่องการสร้างตัวละครให้เรารักนะ ยืนยันว่ากว่าครึ่งเรื่องมายังไม่ค่อยอินตัวไหนเป็นพิเศษ แม้แต่ตัวละครหมายเลข 7 ที่เข้ามาหลังสุด และเหมือนตัวแทนผู้ชมในการเข้ามารู้จักทีมผีนี้ หนังก็ไม่ได้ให้เราอินมากนัก แต่พอผ่านภารกิจสัก 2-3 ฉากใหญ่ หนังอยู่ดีๆ โจมตีหัวใจเราไปตอนไหนไม่รู้ สารภาพเลยว่าฉากฮ่องกงที่เป็นฉากใหญ่ฉากหนึ่งเนี่ย ขโมยหัวใจเราไปแจกให้แต่ละตัวละครเลย โดยเฉพาะหมายเลข 4 โจรที่เป็นฟรีรันนิ่งเนี่ย น้องแกคือ สไปเดอร์แมน ของโทนี่ คือ โรบิน ของแบทแมน เลยทีเดียว ทำเราเอาใจช่วยได้ตลอดเลยหลังจากนั้นมา และจะว่าไปคนเขียนบทก็จงใจให้บทหมายเลข 1 ของเรย์โนลด์ เป็นส่วนผสมของ โทนี่ สตาร์ก และ บรูซ เวย์น อยู่เหมือนกันนะ แต่ถ้ามองโลกความจริงก็ต้องว่ามันมีความ อีลอน มัสก์ อยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน สรุป 6 Underground 6 ลับ ดับ โหด นี่เป็นหนังNetflix ที่มันสุด ฮาป่วง โหดเอี้ยๆ และมีคุณสมบัติสำหรับการเป็นอันดับหนึ่งตารางหนังทำเงินแบบฉายโรงสบายๆ ด้วยฝีมือของแต่ละวงการทั้งนักแสดง ผู้กำกับ มือเขียนบท ทีมสร้าง อยากจะบอกว่าเสียดายแค่ว่ามันไม่ได้ดูในโรงแค่นั้นล่ะ นอกนั้นโคตรดี คุ้มค่าNetflix เว่อๆ >>ดูหนังออนไลน์
The Irishman คนใหญ่ไอริช หนังรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
The Irishman คนใหญ่ไอริช เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือที่ชื่อว่า "I Heard You Paint Houses" ซึ่งเป็นเรื่องราวของกลุ่มมาเฟียอิตาเลียน และการแย่งชิงอำนาจในสหภาพแรงงานอเมริกาในยุค 50-80s ผ่านตัวละครที่ชื่อ แฟรงก์ ชีแรน หรือฉายา เดอะ ไอริชแมน (โรเบิร์ต เดอ นีโร่) อดีตทหารผ่านศึกที่ทำงานขับรถบรรทุกส่งเนื้อวัว โดยเขาบังเอิญได้พบกับ รัสเซล บัฟฟาลิโน่ (โจ เพสซี่) เจ้าพ่อมาเฟียผู้ชักชวนให้แฟรงก์เข้าสู่ธุรกิจมืดในฐานะมือปืนรับจ้าง หรือที่เรียกในวงการว่ารับทาสีบ้าน ก่อนที่เขาจะได้เลื่อนเป็นผู้ติดตามของ จิมมี่ ฮอฟฟ่า (อัล ปาชิโน่) ประธานสหภาพแรงงานผู้ทรงอิทธิพลในเวลาต่อมา หนังเรื่องนี้ค่อนข้างมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ระหว่างความยาวกว่าสามชั่วโมงครึ่งของหนังเรื่องนี้ ลุงมาร์ตี้ เล่าเรื่องราวได้อย่างสุขุมเยือกเย็น เต็มไปด้วยบทสนทนาอันคมกริบ และมีความดิบความรุนแรงแบบไม่ทันให้ตั้งตัว อีกทั้งหนังให้ความเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในยุค 50-80s ทั้งการแต่งตัว รถยนต์ และสถานที่ ซึ่งทุกกระเบียดนิ้วเราสัมผัสได้ถึงงานด้านภาพ และการตัดต่ออันลื่นไหลไปกับบทสนทนาของสุดยอดนักแสดง โดยเฉพาะฉากลองเทคที่ต้องการเน้นว่าตัวละครนี้มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร ที่โดดเด่นที่สุดคือหนังใช้เทคโนโลยี De-Aging CGI ย้อนวัยนักแสดงให้หนุ่มขึ้น 20 ปี เพื่อจะได้ใช้นักแสดงคนเดิมรับบทในช่วงเวลาที่ต่างกัน ว่ากันว่าต้นทุนสร้างเรื่องนี้สูงเกือบ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ทำให้ เดอะ ไอริชแมน เป็นหนังต้นทุนสูงที่สุดของ Netflix ที่เอาเข้ามาฉายเลยก็ว่าได้ หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เรื่องราวของแก๊งสเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ หากอยากทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูหนังเรื่องนี้ ต้องบอกว่านี่ไม่ใข่หนังแก๊งสเตอร์โดยตรงแบบที่เคยเห็นกันทั่วไป ถ้าคิดว่าจะได้เห็นฉากบู๊ หรือฉากแนวแอ็คชั่นต่างๆ แม้แต่การดวลปืนกับตำรวจ หรือระหว่างแก๊งจะไม่มีในหนังเรื่องนี้ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมในเรื่องก็ไม่ได้มีการอธิบายตรงๆ นี่เป็นหนังชีวประวัติของ แฟรงค์ ชีแรน ที่นำไปสู่เรื่องราวของ จิมมี่ ฮอฟฟ่า โดยตรงที่เป็นเรื่องราวเชิงบริบทของแก๊งสเตอร์ ตามที่ผู้กำกับ มาณืติน สกอร์เซซี่ บรรยายไว้ในเบื้องหลังงานสร้างเรื่องนี้ โดยบริบทที่ว่านี้ก็คือสิ่งต่างๆ ในสังคมอเมริกาที่เชื่อมโยงกับแก๊งมาเฟียอิตาลีนี้แทบทั้งหมด ตามที่หนังบอกไว้ว่าถนนทุกสายย้อนกลับมาที่นี่ และแก๊งนี้ก็เป็นเจ้าของถนนเส้นนี้นี่เอง และเพื่อความสมบูรณ์ในการดูหนังเรื่องนี้ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องดูผลงานหนังแก๊งสเตอร์ขึ้นหิ้งอีกเรื่องของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ด้วยนั่นคือ Goodfellas หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อก็คือ คนดีเหยียบฟ้า ซึ่งในเรื่องนี้จะอธิบายรากฐานแนวคิดโลกของมาเฟียอิตาลีอย่างละเอีย โดยสร้างจากเรื่องจริงเช่นเดียวกัน ทำให้เข้าใจเรื่องราวใน The Irishman ที่ตัดข้ามไปหลายอย่าง เช่น สถานะคนเชื้อสายไอริชในแก๊งอิตาลีเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะเกี่ยวพันกับการที่ แฟรงค์ ชีแรน เป็นคนพิเศษมากๆ ที่ได้รับแหวนผู้นำที่มีเพียงแค่ 3 วงในโลก ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยหลายๆ อย่างของสังคมแก๊งที่อาจจะไม่ได้มีอธิบายไว้ดีพอในไอริชแมน ที่พิเศษอีกหย่างคือ Goodfellas ดารานำเล่นโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร่ กับ โจ เปสซี่ เช่นเดียวกัน และบทในเรื่องนี้กับไอริชแมนก็มีความต่างกัน เป็นสถานะมาเฟียที่เติบโตขึ้นอีกด้วย อย่างที่บอกไว้ในข้างต้นวว่าเป็นเรื่องราวบริบทของแก๊งสเตอร์ หนังเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องเล่าอีกด้านของประวัติศาสตร์อเมริกาที่สุดแสนสกปรก ผ่านตัวละคร แฟรงค์ ชีแรน ที่ขึ้นตรงกับ รัสเซล บัฟฟาลิโน มาเฟียระดับบนสุดของแก๊งอิตาลี ซึ่งหนังให้เวลาการปูเรื่องแฟรงค์ตั้งแต่เป็นอดีตทหารผ่านศึกแล้วมาบังเอิญเจอกับรัสเซล ก่อนที่จะได้รับงานเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงฆ่าคนที่ในหนังใช้คำว่า ช่างทาสีบ้าน เนื่องจากยิงคนแล้วเลือดกระเซ็นติดผนังต้องทาสีกลบทับอีกที กอนที่เวลาต่อมาจะกลายเป็นมือหนึ่งของแก๊งที่ถูกไว้ใจมอบหมายให้ไปช่วยเหลือ จิมมี่ ฮอฟฟ่า ประธานสหภาพแรงงานอเมริกาที่กำลังมีปัญหาลึกๆ อยู่ในขณะนั้น และก็กลายเป็นว่าแฟรงค์ได้กลายมาเป็นทั้งเพื่อนสนิท และก็คนในสายสหภาพแรงงานของจิมมี่ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และต่อมาจิมมี่ถูกสอยเข้าคุกจากปัญหาส่วนตัวที่เกี่ยวโยงไปยังการเมืองระดับชาติ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเริ่มของชนวนเหตุที่ทำให้จิมมี่กลายเป็นคนหายสาบสูญจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่หนังพูดถึงมีอะไรบ้าง 1. อำนาจ หนังเล่าเรื่องของธุรกิจในวงการมาเฟีย โดยเน้นไปที่สหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นการช่วงชิงเก้าอี้ประธานสหภาพของจิมมี่ ฮอฟฟา ที่ไม่ยอมรับว่าอำนาจได้เปลี่ยนมือไปแล้ว ทุกคนพอใจให้ โทนี่ โปร นั่งเก้าอี้ประธานสหภาพเพราะปล่อยเงินกู้ง่าย การที่ฮอฟฟายังดึงดันทำให้กลุ่มมาเฟียไม่พอใจ สหภาพแรงงานมีสมาชิกหลายล้านคนทั่วอเมริกา ว่ากันว่าตำแหน่งประธานสหภาพนั้นทรงอำนาจรองจากประธานาธิบดี ซึ่งกำลังมีการขับเคี่ยวชิงชัยตำแหน่งกันระหว่าง จอห์น เอฟ เคนเนดี้ กับ ริชาร์ด นิกสัน การเปลี่ยนขั้วของ 2 อำนาจใหญ่ในอเมริกา ทำให้เครือข่ายธุรกิจมาเฟียเปลี่ยนไปด้วย และทุกคนพอใจในอย่างที่เป็นอยู่ การจะคงไว้ซึ่งอำนาจต้องให้กลไกทั้งหมดเดินไปอย่างเป็นระบบ ถ้าหากชิ้นส่วนอันหนึ่งอันใดชำรุด หรือไม่เดินตามกลไก จึงจำเป็นต้องซ่อมแซมหยอดน้ำมัน หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือกำจัดทิ้ง และเปลี่ยนใหม่ ซึ่งทั้งฮอฟฟา และเคนเนดี้ เป็นเฟืองที่ชำรุด 2. มิตรภาพ ความสัมพันธ์ระหว่าง รัสเซล บัฟฟาลิโน, แฟรงก์ ชีแรน และจิมมี่ ฮอฟฟา เป็นมิตรภาพลูกผู้ชายที่ตั้งอยู่ในความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ และพร้อมจะเปลี่ยนขั้วได้ทุกเมื่อ การติดคุกของฮอฟฟาทำให้เครือข่ายธุรกิจในวงการมาเฟียมีการเปลี่ยนแปลง ทุกคนพอใจให้โทนี่ โปรคุมสหภาพแรงงาน แต่พอฮอฟฟาพยายามกลับมาทวงเก้าอี้ประธานสหภาพ จึงทำให้โครงสร้างการเงินสั่นคลอน แม้ว่าทั้งสามคนจะเป็นเพื่อนที่เคยมีความนับถือต่อกัน แต่ถ้าหากคนใดคนหนึ่งล้ำเส้นก็จำเป็นต้องกำจัดทิ้งเพื่อรักษากลไกอำนาจไว้ให้สมดุลย์ แฟรงก์จะเป็นตัวกลางในทุกเรื่องเป็นคนที่น่าหนักใจที่สุด เขาเป็นตัวเชื่อมระหว่างจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ในขณะที่รัสเซลเป็นมันสมองแฟรงก์เป็นคนลงมือทำ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างแฟรงก์กับแก๊งบัฟฟาลิโน นั้นเหนียวแน่นกว่าทางฝั่งฮอฟฟา เพราะรัสเซลได้ "ซื้อใจ" ของแฟรงก์เอาไว้ได้หลายครั้ง การที่คนไอริชเข้าไปอยู่ในแก๊งอิตาเลียนแน่นอนว่าไม่ได้เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควร แต่เมื่อรัสเซลมอบแหวน 1 ในสามวงให้กับแฟรงก์ เท่ากับตอกย้ำว่าแฟรงก์คือสมาชิกคนสำคัญ ประกอบกับการที่รัสเซลเคยช่วยชีวิตแฟรงก์เอาไว้ เขาเลยนับถือรัสเซลที่สุด 3. ครอบครัว จะเห็นได้ว่าหนังให้ความสำคัญกับครอบครัว ซึ่งทั้งรัสเซล แฟรงก์ และจิมมี่ ต่างก็รักครอบครัวตัวเอง โดยเฉพาะจิมมี่ที่ภูมิใจในตัวลูกชายมากที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในศาล แต่แฟรงก์กลับเสียเวลาในการปกป้องผลประโยชน์ให้เพื่อนมาตลอดชีวิต โดยหลงลืมไปว่าสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือครอบครัว และนั่นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแฟรงก์ กับ "เพ็กกี้" ลูกสาวของเขาค่อย ๆ ห่างมากขึ้น มากขึ้น จนในท้ายที่สุดก็ขาดออกจากกัน งานของแฟรงก์ที่ใช้เลี้ยงดูครอบครัวกลับทำให้เขาต้องสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไป (ไม่ได้หมายถึงตายนะ) เมื่อเพื่อนในวงการจากไปหมดแฟรงก์จึงไม่เหลือใครเลย และนั่นทำให้ตอนจบของหนังเรื่องนี้ช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน ฉากที่แฟรงก์ขอให้บาทหลวงแง้มประตูไว้เพราะว่าเขากลัวที่จะอยู่อย่างเดียวดาย สรุป The Irishman คนใหญ่ไอริช หนังรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Irishman ไม่ได้เป็นหนังที่ดูแล้วสนุกตื่นเต้นอะไรนัก หนังมาในแนวเรียลสตอรี่จริงจังทั้งอารมณ์ และเรื่องราวประวัติศาสตร์สกปรกของอเมริกา ซึ่งไม่ได้เหมาะกับผู้ชมแมสวงกว้างสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเจาะลึกในเรื่องรายละเอียดงานสร้างแล้ว นี่เป็นหนังที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน>>ดูหนังออนไลน์
Marriage Story แมริเอจ สตอรี่ ผลงานหนังจาก Netflix
แพลตฟอร์มสตีมมิ่งชั้นนำอย่าง Netflix เรียกได้ว่าส่งผลงานคุณภาพออกมาให้คนดูชมกันรัวๆ เลยทีเดียว เมื่อแฟนคลับคอซีรี่ย์เพิ่งจะได้เสพอรรถรสแบบเต็มอิ่มจากหนังคุณภาพอย่าง Marriage Story ไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับเรื่อง แมริเอจ สตอรี่ เป็นอีกหนึ่งหนังที่มีคุณภาพแสดงให้เห็นถึงความหลักแหลม และความเห็นใจกัน เมื่อคู่ชีวิตถึงคราวเลิกรา และครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้ากัน ผลงานจาก โนอาห์ บอมบาค ผู้สร้างภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ นำแสดงโดย สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน, อดัม ไดรเวอร์, ลอร่า เดิร์น, อลัน อัลดา และเรย์ ลิออตต้า เรื่องราวปัญหาของคู่ชีวิตแต่งงานที่เป็นผลงานอีกหนึ่งคุณภาพจาก โนอาห์ บอมบาค ที่เล่าเรื่องราวของการแต่งงานที่ต้องเลิกกัน และสภาพครอบครัวที่ต้องอยู่ด้วยกัน หนังเลือกเปิดเรื่องด้วยการให้ นิโคล (สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน) อธิบายถงึสิ่งที่เธอรักเกี่ยวกับสามีของเธออย่าง ชาร์ลี (อดัม ไดรเวอร์) หลังจากนั้นก็เป็นฝ่ายชาร์ลีที่จะบอกเราว่ารักนิโคลภรรยาของเขาอย่างไร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังเพื่อปูพื้นให้ผู้ชมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมพวกเขาถึงได้แต่งงานกันตั้งแต่แรกนั่นเอง ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นผลงานการแสดงที่สุดยอดที่สุดของ อดัม ไดรเวอร์ เลยก็ว่าได้ กับการแสดงที่เราแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน และทุกตัวละครในเรื่องต่างปลดปล่อยพลังงานของตัวเองผ่านบทที่ได้รับอย่างสุดพลัง ส่วน สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน นั้นเท่าที่ที่เคยติดตามดูผลงานของเธอมา สามารถพูดได้เต็มปากว่าเธอไม่เคยเล่นหนังเรื่องไหนได้ดีกว่าหนังเรื่องนี้เสียอีก ที่เธอต้องมารับบทเป็นผู้หญิงที่ชีวิตกำลังแตกหัก และต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของเธอ สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะใช้ทางเลือกที่ต้องเจ็บปวดทั้งสองฝ่ายอย่างการดำเนินการทางกฏหมายผ่านทนาย ซึ่งถือว่าเป็ฯจุดเปลี่ยนสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ มันได้ตีแผ่ชีวิตของคู่สมรสในด้านแย่ๆ ผ่านการเข้ามาของทนาย เพราะต้องขุดเอาทุกเรื่องที่แย่สุดๆ มาสาดโคลนใส่กัน เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในลูกของเธอ และเขานั่นเอง หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน หนังที่ดำเนินเรื่องได้อย่างเรียลสตอรี่ ถึงแม้ว่าหน้าหนัง แมริเอจ สตอรี่ จะเป็นสายรางวัล รวมถึงภาพที่ออกมาดูอาร์ตๆ เหมือนหนังดูเข้าถึงยาก แต่บอกเลยว่าเนื้อหาในหนังเล่าเรื่องราวได้อย่างลื่นไหล และไม่น่าเบื่ออย่างหนังสายรางวัลอื่นๆ ทั่วไป แถมแอบมีตลกปนอยู่นิดหน่อยด้วย ซึ่งบางทีอาจจะมีฉากทิ้งช่วงนิ่งๆ อยู่บ้าง แต่ก็เพราะว่านี่เป็นหนังที่เรียลสตอรี่สุด จากมุมหนึ่งของช่วงเวลาของความรักระหว่างการหย่าร้าง หนังหยิบจับมุมที่เจ็บปวดของช่วงเวลานี้มาเล่นอย่างจริงจังในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นเปราะบางนี้ โดยมีความรักเจือจางปนอยู่ พร้อมทั้งการทรยศนอกใจมุมของการเข้าข้างตัวเองของทั้งสองฝั่ง รวมถึงลูกที่เป็นโซ่ทองคล้องใจ แม้แต่เมืองที่เลือกอยู่อาศัยก็กลายเป็นปัญหาใหญ่โตเกินกว่าที่คาดคิด หนังเริ่มมาด้วยการเล่าถึงข้อดีของทั้งสองฝั่งในแบบที่ร่ายยาวให้เห็นเลยว่า สองคนนี้เหมือนเป็ฯคนรักที่สมบูรณ์พร้อมไม่น่ามีปัญหา แต่กลายเป็นว่าพอร่ายยาวถึงข้อดีของทั้งสองฝั่งจบ หนังตัดสลับมาที่ความจริงว่าเป็นช่วงกระบวนการแยกกันอยู่ แล้วก็มีนักจิจวิทยาช่วยเหลือในกระบวนการนี้ โดยให้ทั้งสองคนหวนทบทวนความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เรื่องราวไม่ง่ายแบบนั้นเมื่อถึงคราวต้องเลิก แสดงว่ามันมีปัญหาอะไรที่ลึกไปกว่านั้นอีก หนังจึงพาเราดิ่งลงไปทีละขั้นๆ และสำรวจไปทีละเปลาะจนกลายเป็นนรกของการหย่าร้าง ที่ยิ่งดูยิ่งน่าสงสารทั้งสองฝั่งขึ้นเรื่อยๆ และพาเราจมดิ่งซึมลึกไปกับเรื่องราวได้อย่างหดหู่สมจริง อีกทั้งหนังยังเจาะทุกซอกทุกมุมที่คนหย่าร้างกันต้องเจอ ในแง่ของจิตใจก็คือความบอบช้ำสะเทือนใจของความจริงของคนที่เคยรัก ซึ่งต้องเอาความจริงที่เคยปกปิดไว้มาพูดถกเถียงกันว่าทำไมเธอถึงเกลียดฉัน ทำไมเธอถึงไม่เคยเข้าใจฉันเลย ณ เวลานั้นมักเลยจุดของการปรับความเข้าใจกันได้แล้ว การขุดมาพูดก็เหมือนไปขุดระเบิดที่เก็บกดเหยียบไว้ในใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า แม้ว่าตอนรักกันจะหยวนๆ ยอมให้กันได้ไม่ว่ากันทุกอย่าง แต่พอหย่าร้างเรื่องราวพวกนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคมมีดกรีดทิ่มแทงใจแบบสุดแสนเจ็บปวด ถ้าใครเคยอกหัก หรือแยกทางกับแฟนก็คงเข้าใจพอได้ระดับหนึ่งว่าเป็นยังไง แต่นั่นแค่เลเวลของความเจ็ฐปวดระดับหนึ่งที่ใช้เวลาเยียวได้ แต่ถ้าลองจินตนาการว่าเคยใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนเป็นสิบปีทุกวี่ทุกวัน แล้วกลับต้องมาเจอแบบนี้ มันยิ่งต้องเจ็บปวดกว่าหลายสิบเท่า เหมือนช่วงเวลาดีๆ ที่เคยมีอยู่กลายเป็นเรื่องงโกหกใส่กันมาตลอดชีวิต ซึ่งหนังจะพาคุณดิ่งลงเรื่อยๆ แบบที่ถึงขีดสุดที่ทั้งเห็นใจ และหดหู่ใจไปพร้อมๆ กัน สรุป Marriage Story แมริเอจ สตอรี่ ผลงานหนังจาก Netflix บอกเลยว่าหนังเรื่อง Marriage Story คือหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตแต่งงานที่จะได้รับการจารึกต่อไปอีกหลายปีต่อจากนี้ เรียกได้ว่าหนังมีคุณสมบัติทุกอย่างที่จะกลายเป็นหนังคลาสสิคตลอดกาลอีกหนึ่งเรื่อง และอาจจะได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของทศวรรษเลยก็ว่าได้ กับเรื่องราวชีวิตคู่รักที่แสนโศกเศร้า และสุดขมขื่น>>ดูหนังออนไลน์
Guardian The Lonely and Great God ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ
Guardian : The Lonely and Great God ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณเป็นผลงานล่าสุดของนักเขียนบทหญิง คิม อึนซุก ซึ่งเคยฝากผลงานไว้ในละครดังหลายเรื่อง อาทิ SECRET GARDEN เสกฉันให้เป็นเธอ, หยุดหัวใจนายไฮโซ (The Heirs) และ ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (Descendants of the Sun) โดยละครเรื่องนี้เธอได้โคจรมาร่วมงานกับผู้กำกับ ลี อึงบก อีกครั้ง หลังเคยร่วมงานกันในละครเรื่อง ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (Descendants of the Sun) ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์เรื่องที่เยื่ยมแห่งปี 2016-2017 ซึ่งกำลังเข้าฉายผ่านสตรีมมิ่ง Netflix อยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่าเป็นการเข้าฉายที่หลายคนตั้งตารอยเป็นอย่างมาก เพราะนับตั้งแต่นั้น กงยู นักแสดงนำของเรื่องยังไม่มีผลงานซีรี่ย์เรื่องใหม่อีกเลย อีกทั้งความสำเร็จของ Goblin ยังกลายเป็นกรณีคลาสสิกที่ซีรี่ย์เกาหลีได้รับความนิยมไปทั่วภูมิภาค ด้วยเรื่องราวกลมกล่อมทั้งปมประวัติศาสตร์ ตำนานเทพเจ้า และความรักที่อยู่เหนือกาลเวลา เรื่องย่อของ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ คิมชิน (รับบทโดยกงยู) ในอดีตเมื่อ 900 ปี เป็นแม่ทัพทำผลงานไว้มาก เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และผู้ใต้บังคับบัญชา และด้วยการทำดีเกินหน้าเกินตาคนอื่น จึงมีคนหมั่นไส้คิดกำจัดคิมชินให้พ้นทาง โดยให้ขุนนางใส่ร้ายหาว่าเป็นกบฎ เขาจึงโดนพระราชาลงโทษประหารชีวิตด้วยดาบที่พระราชาพระราชทานให้ จึงเป็นที่มาของดาบที่ปักอกของคิมชิน เนื่องจากการตายที่ไม่เป็นธรรมทำให้วิญญาณของคิมชินไม่ยอมไปเกิด และถามหาความยุติธรรมจากสวรรค์ สวรรค์จึงให้โอกาสคิมชินด้วยการให้เขากลายเป็น ด็อกแกบี หรือ ก็อบลิน เพื่อช่วยคนให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน และให้เขาชดใช้ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดเมื่อตอนเป็นมนุษย์อยู่ โดยมีเงื่อนไขว่าคนที่จะสามารถดึงดาบแห่งความอยุติธรรมนี้ได้มีเพียงคนเดียว คนนั้นก็คือเจ้าสาวของด็อกแกบีอย่าง จีอึนทึก (รับบทโดยคิมโกอึน) เด็กสาววัย 19 ปี ซึ่งเคยเกิดอุบัติเหตุเมื่อตอนเด็กตายไปแล้ว และมีรายชื่ออยู่ในบัญชีคนตายแล้วด้วย แต่เนื่องจากคิมชินสงสารเด็กจึงคืนชีพให้จีอึนทึก ทำให้จีอึนทึกเห็นผีนับแต่นั้นมา และกลายเป็นเจ้าสาวของก็อบลินคนที่ต้องมาดึงดาบให้คิมชินหายทรมาน แต่เรื่องก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะทุกตัวละครในเรื่องมีปมเกี่ยวข้องกันไปหมด โดยเนื้อเรื่องจะค่อยๆ คลายปมออกมาให้เราได้เห็น และร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวดราม่า โรแมนติก และอารมณ์ขันไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ขอบอกว่าตอนจบหักมุมอย่างมาก เตรียมผ้าไว้ซับน้ำตาดีๆ เชียวล่ะ เนื้อเรื่องแปลกใหม่ครบรสเกินคำบรรยาย Guardian : The Lonely and Great God หรือ Goblin เป็นเรื่องราวของ คิมชิน (กงยู) วีรบุรุษนักรบที่ถูกสาปให้เป็นผู้พิทักษ์วิญญาณที่ไม่มีวันตาย มีชีวิตวนเวียนอยู่บนโลกมา 900 กว่าปี เดินไปเดินมาพร้อมดาบที่ปักอกอยู่ แต่ไม่มีใครเห็นดาบเล่มนี้หรอกนอกจากคนที่จะสามารถถอนคำสาปให้เขาได้ ซึ่งคนนั้นจะเป็นเจ้าสาวของก็อบลิน เป็นผู้หญิงที่จะมาถอนคำสาปให้เขาโดย ดึงดาบออกแล้วเขาก็อาจจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ได้ตายสมใจเหมือนชาวบ้านเขาซะที คอซีรี่ย์ลองคิดกับบทนี้ดูเล่น หากนักรบโบราณคนหนึ่งต้องคำสาปแบบมีดาบปักหน้าอกอยู่ และมีชีวิตยืนยาวมา 900กว่าปี ซึ่งจริงๆ แล้วคนคนนี้อาจจะอยากจะตายๆ ไปซะทีหนึ่ง แต่วิธีถอนคำสาปมันโหดร้ายกว่าตรงที่คนถอนคำสาปต้องเป็นเจ้าสาว พูดง่ายๆ ก็คือต้องตามหารักแท้แล้วให้รักแท้เป็นคนดึงดาบออก ด้วยการมอบความตายให้แก่เขานั่นเอง แค่พล็อตสั้นๆ ช่วงนี้ก็มองเห็นแววความเศร้าชัดเจนแล้วละ น้ำตาท่วมท้นต้องมาแน่ๆ แต่ที่อยากจะบอกก็คือซีรีส์เรื่องนี้มันมีทุกรสชาติ แฟนตาซี ตลก โรแมนติก มาหมดครบยิ่งกว่าช็อปปิ้งออนไลน์ เคมีที่เข้ากันของตัวแสดงหลัก คิมโกอึน ที่มารับบท อึนทัก เจ้าสาวของก็อบลิน เพิ่งจะเล่นซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองเอง แต่จริงๆ เธอก็ผ่านผลงานภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่อง แถมตอนนี้ยังมาโผล่ที่ The King : Eternal Monarch เป็นเรื่องล่าสุด ตอนที่เล่นเรื่องนี้เธอรับบทเป็นเด็กสาวอายุ 19 สดใสร่าเริง และมีรอยยิ้มสดใส ประกบคู่กับ กงยู ที่เป็นลุงตัวใหญ่ มีรอยยิ้มเศร้าๆ อ้างว้าง ก็บังเกิดเป็นเคมีอบอุ่น ฟินๆ ประเภทชายวัยกลางคนที่หล่อมากๆ คนหนึ่งหลงรักเด็กสาวที่น่ารักสดใส ส่วนเด็กสาวก็รู้สึกอบอุ่นปลอดภัยที่มีลุงหล่อๆ อยู่ใกล้ แบบเวลาอยู่ด้วยแล้วมีความสุขนั่นเอง แถมตัวเองยังเห็นดาบที่ปักอกลุงอยู่อีก เอาง่ายๆ มันก็เลยเป็นเคมีที่ลงตัวกันเฉย ตายสงบศพสีชมพูกันไป แต่ก่อนหลายคนไม่ชอบเพราะว่าเธอไม่สวย จนมาเล่น The King : Eternal Monarch กระแสนางเอกไม่สวยก็ยังตามมาหลอกหลอนเธออยู่ แต่ในความรู้สึกเท่าที่ได้ดูกับบทบาทที่ได้รับ คิมโกอึน เหมาะสมที่สุดแล้วด้วยประการทั้งปวง ส่วนอีกคู่หนึ่งก็จะเป็น ยูอึนนา กับ อีดงอุค ที่เป็นยมทูต ในเรื่องนี้พ่อยมทูตเขาเป็นยมทูตที่สูญเสียความทรงจำในอดีตชาติ คือคนที่เป็นยมทูตมันก็ไม่ควรจะจำเรื่องราวในอดีตได้อยู่แล้วไม่งั้นก็ยุ่งตายชัก แต่เรื่องนี้กลับทำให้ความทรงจำของยมทูตเกิดติดๆ ดับๆ ขึ้นมาซะงั้น เพราะเมื่อยมทูตผู้เคร่งครัดกับหน้าที่เย็นชา และขรึมซะไม่มี มาเจอกับ คิมซอน หรือ ซันนี่ (ยูอินนา) สาวสวยทรงเสน่ห์ เขาก็พบว่าเขามีความทรงจำบางอย่างกับผู้หญิงคนนี้ คือผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติสมัยโครยอนู้นเลย เพราะเขาเคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน พอเขาเจอกันปุ๊บ ซันนี่ สาวสวยที่หนุ่มๆ หมายปอง ก็ปิ๊งยมทูตทันที ถึงยมทูตจะมีพฤติกรรมแปลกๆ แต่มันกลับทำให้เธอสนใจในตัวเขามากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นอารมณ์แบบสาวมั่นมาเจอหนุ่มขรึม ทำให้แฟนคลับตามลุ้นตามเชียร์คู่นี้อีกคู่หนึ่งว่าจะลงเอยกันอีท่าไหน สรุป Guardian The Lonely and Great God ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ ทั้งเรื่องราวก็ซุกซ่อนปมเอาไว้หลายอย่าง เบาะแสที่ใส่เข้ามาเรื่อยๆ ในทุกตอน ผู้ชมจึงต้องจดจำ หรือต้องดูซ้ำที่ให้มองเห็นเป็นข้อมูลประกอบสำหรับการติดตามในตอนต่อๆ ไป สิ่งนี้น่าจะเป็นความโดดเด่นในซีรีส์หลายๆ เรื่องของนักเขียน Kim Eun Sook อาจจะพบความแหม่งๆ อยู่หลายอย่างในระหว่างการดำเนินเรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า กงยูเล่นเป็นก็อบลินได้อบอุ่น และใจดี ส่วนคิมโกอึนนั้นเป็นสาวหมวยที่น่ารักมาก แสดงเป็นเด็กสาววัยมัธยมได้น่ารักดี อีกอย่างก็คงเป็นเรื่องราวที่ค่อยๆ เล่าแต่ทิ้งเบาะแสไว้ตามรายทาง ให้เราได้ค่อยๆ แกะไปเรื่อยๆ ใช้เวลา ใส่ปมโน้นปมนี้มา ช่วงตอนที่แต่ละคนรู้สึกสนุกนั้นอาจจะแตกต่างกันตามแต่จริตของแต่ละคน และหลายคนอาจจะชอบปมของตัวละครรองอย่างยมทูตด้วยซ้ำไป>>ดูหนังออนไลน์
Marvel Jessica Jones เจสซิก้า โจนส์ จากมาร์เวล
เมื่อพูดถึง Jessica Jones ฮีโร่หญิงที่ใครต่อหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก เธอเป็นตัวละครซูเปอร์ฮีโร่หญิงหน้าใหม่ของทางค่าย Marvel โดยเธอเคยเป็นซูเปอร์ฮีโร่คอยปราบปรามเหล่าวายร้ายมาก่อนเมื่อในอดีต ก่อนที่จะวางมือ และผันตัวเองมาเป็นนักสืบเอกชนอิสระไขคดีปริศนาสุดประหลาด ซึ่งคดีส่วนใหญ่ของเธอมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีพลังพิเศษในเมือง Hell's Kitchen นครนิวยอร์ก ซึ่ง Marvel's Jessica Jones เป็นซีรี่ย์ลำดับที่สองจากจำนวน 4 เรื่อง ที่ค่าย Marvel วางแผนเตรียมนำออกอากาศทาง Netflix ประกอบไปด้วย แดร์เดวิล, เจสซิก้า โจนส์, ลุค เคจ และ ไออ้อน ฟิช โดยหลังจากจบซีรี่ย์เดี่ยวของตัวเอง ฮีโร่แต่ละคนจะปรากฏตัวพร้อมกันในซีรี่ย์ที่ชื่อว่า The Defenders เนื้อเรื่องของ เจสซิก้า โจนส์ เจสซิก้า โจนส์ เป็นคาแร็กเตอร์ของ Marvel Comics ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 ในหัวหนังสือชื่อว่า Alias ตัวละครนี้เป็นนักสืบสาวเจ้าพลัง ที่มีความแข็งแรงเหนือกว่ามนุษย์คนไหย ขนาดยกข้าวยกของอะไรหนักๆ ได้ หนำซ้ำยังบินได้ด้วย ต่อมา เจสซิก้า โจนส์ ได้ไปโผล่ในหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลอีกหลายๆ หัว เช่น เป็นสมาชิกของทีม New Avengers อีกทั้งยังมีชื่อซูเปอร์ฮีโร่อยู่เยอะ อาทิ จีเวล (Jewel), ไนท์เทรส (Knightress) และพาวเวอร์วูแมน (Power Woman) เธอแต่งงานกับซูเปอร์ฮีโร่ผิวดำร่างโตชื่อ ลุค เคจ หรืออีกชื่อคือพาวเวอร์แมน และมีลูกด้วยกัน สำหรับในตัวซีรี่ย์ Marvel's Jessica Jones ชอง Marvel นั้นมีการดัดแปลงอะไรนิดหน่อย อย่างน้อยในซีซั่นแรกนี้เธอก็บินไม่ได้ แต่กระโดดได้สูงมากๆ จนเหมือนบิน แน่นอนว่าจะย้อนไปเล่าในช่วงที่เจสซิก้าเพิ่งเปิดสำนักงานนักสืบเอเลียส ที่ส่วนใหญ่ก็รับทำคดีจิปาถะแบบที่นักสืบเอกชนหลายๆ คนจะได้รับก็คือ งานตามถ่ายรูปชู้ งานตามหาคนหายตัวไป อะไรแบบนี้เป็นต้น ทว่าเรื่องกลับไม่ปกติเมื่อเธอเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรม ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีชายที่เธอรู้จักดีอยู่เบื้องหลัง นั่นคือ คิลเกรฟ ชายผู้ที่ทำให้เธอต้องเกิดอาการหวาดผวาเพราะเรื่องราวในอดีต โทนเรื่องของ เจสซิก้า โจนส์ เรียกได้ว่าทำออกได้เป็นอย่างดี เพราะทำออกมาเป็นแนวสืบสวนสอบสวน การนำเสนอของซีรี่ย์ตั้งใจจะนำเสนอให้ได้อารมณ์แบบหนังฟิล์มนัวร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียงความคิดของตัวเอกเล่าเรื่อง และคดีที่ทำให้ชีวิตของตัวเองยุ่งเหยิงจนแทบกู้ไม่กลับ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นซีรีส์ที่พูดถึงหญิงสาวทรงพลังคนหนึ่งที่พยายามจะใช้พลังของเธอใช้พลังของเธอให้เป็ฯประโยชน์ ทว่าตัวเธอนั้นกลับเหลวแหลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมในวัยเด็กทั้งเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้ครอบครัวเธอเสียชีวิต และ คิลเกรฟ วายร้ายที่ทำให้เธอต้องเกิดอาการสะเทือนใจขึ้นมา พูดง่ายๆ คือมันเป็นแนวซูเปอร์ฮีโร่ก็จริง แต่มันไม่ใช่แนวแอ็คชั่นเหมือนอย่าง Marvel's Daredevil ที่ตัวเอกต้องออกไปต่อสู้กับตัวร้ายทุกตอน ในทางตรงกันข้ามการดำเนินเรื่องราวของ เจสซิก้า โจนส์ นั้นส่วนใหญ่จะเป็นการเดินไปนู่นมานี่เพื่อสืบสวนเรื่องราว ขณะเดียวกันคดีที่ทำอยู่ก็ช่วยเจาะลึกถึงตัวละครของเธอมากยิ่งขึ้น ดังนั้นใครต้องการสไตล์หนังซูเปอร์ฮีโร่ออกแอ็คชั่นเหมือนหนังฮีโร่ทั่วๆ ไปอาจจะผิดหวังก็เป็นได้ หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ตัวละครหลักภายในเรื่อง 1. Jessica Jones เจสซิก้า โจนส์ สาวมาดเท่ห์ อดีตซุเปอร์ฮีโร่สาวที่มีพละกำลังเหนือมนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่เธอกลับวางมือเนื่องจากเหตุการณ์บางอย่างในอดีตที่ทำให้เธอต้องบอบช้ำจิตใจเป็นอย่างมาก เธอจึงหันไปทำงานเป็นนักสืบเอกชนอิสระ และเปิดสำนักงานนักสืบ “Alias Investigation” เป็นของตัวเอง ในย่าน Hell’s Kitchen นครนิวยอร์ก คดีส่วนใหญ่ของเธอมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีพลังพิเศษ และคดีในอดีตอันเลวร้ายที่เธอต้องเผชิญหน้ากับมัน 2. Luke Cage ลุค เคจ ชายหนุ่มผู้มีอดีตลึกลับ และเป็นเจ้าของร้านบาร์แห่งหนึ่งในย่าน Hell’s Kitchen เขาถูกเจสซิก้าตามสืบเรื่องของเขา แต่ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง จนทำให้ทั้งคู่ต่างรู้ความรับของกัน และกัน โดยลุคนั้นมีพลัง “Unbreakable” คือ มีร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งเหล็ก ไม่มีอาวุธชนิดไหนที่สามารถทำร้ายร่างกายของเขาได้ 3. Patricia “Trish” Walker แพททรืเซีย วอลเคอร์ สาวเพื่อนสนิทของเจสซิก้าตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เธอเคยเป็นดาราทีวีรายการสำหรับเด็ก และ อดีตนางแบบ ซึ่งตอนนี้ไปเป็นผู้จัดรายงานวิทยุ Talk Show อย่าง “Trish Talk” เธอคอยสนับสนุน และช่วยเหลือเจสซิก้าในเรื่องต่างๆ 4. Jeri Hogarth เธอเป็นนายจ้างในการให้เจสซิก้าสืบสวน และไขคดีต่างๆ อีกทั้งยังเป็นคดีทนายความหญิงให้กับคดีของเจสซิก้า และเธอยังเป็นพวกรักร่วมเพศ (หญิงรักหญิง) อีกด้วย 5. Hope Shlottman นักเรียนสาวเชียร์รีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เธอเป็นลูกสาวของสองสามีภรรยา Shlottman ที่ว่าจ้างให้เจสซิก้าตามหาการหายตัวไปของเธอ และเธอเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้เจสซิก้ากลับมาพบกับชายลึกลับผู้เป็นอดีตอันเลวร้ายของเจสซิก้า 6. Malcolm Ducasse เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญของเจสซิก้าที่มีความเกี่ยวพันกับยาเสพติด แต่เขาจะเป็นลูกมือให้เจสซิก้าเสมอ 7. Kilgrave คิลเกรฟ ชายปริศนาลึกลับผู้เป็นอดีตอันเลวร้ายของเจสซิก้า เขามีพลังความสามารถในการควบคุมจิตใจผู้อื่นให้ทำตามในสิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าคนผู้นั้นจะอยากทำ หรือไม่ก็ตาม สรุป Marvel’s Jessica Jones เจสซิก้า โจนส์ จากมาร์เวล โทนหนังออกแนวดาร์กเหมือนแดร์เดวิลมีทั้งฉากเลือดสาด ฉากเซ็กส์สุดเร่าร้อน อารมณ์มืดมนหลอนระทึกจากตัวร้าย ในหนังหลายๆ เรื่องของ Marvel ที่ผ่านมาถือว่าตัวร้ายที่ทำออกมาดูจะไม่มีเสน่ห์สักเท่าไหร่ ยกเว้นโลกิ แต่กิลเกรฟที่คอยตามหลอกหลอนเจสซิก้า ทำให้หนังมีความมืดมนแบบชัดเจน ดึงเสน่ห์ของตัวร้ายออกมาได้สุดยอดมาก ทำให้เนื้อเรื่องมีความกดดันสูงมากจนทำให้อยากติดตามเนื้อเรื่องต่อไปเรื่อยๆ แต่ข้อเสียอยู่ตรงที่เนื้อเรื่องดำเนินเรื่องเร็วมากอาจจะทำให้คนที่ดูตามไม่ทัน และไม่เข้าใจเนื้อเรื่องได้>>ดูหนังออนไลน์
13 Reasons Why 13 บันทึกลับหัวใจสลาย ซีรีส์แนว Drama Thriller
ซีรี่ย์เรื่อง 13 Reasons Why หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า 13 บันทึกลับหัวใจสลาย โดยซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์จากฝั่งอเมริกาที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาย นับตั้งแต่เข้าฉายทางช่อง Netflix เมื่อปี 2017 เรียกได้ว่าเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์กันในช่วงปีนั้นเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นซีรี่ย์ที่มีเนื้อเรื่องน่าติดตาม และน่าค้นหา แถมยังเป็นเรื่องราวแปลกใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีใครเคยดูซีรี่ย์สไตล์แนวๆ นี้มาก่อนอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้มีกิมมิกทรงพลังคือการตามหาความจริงจากเสียงของคนตาย จนมีประโยคที่ติดหูที่ชวนคนดูให้คลี่คลายปมของเรื่องไปพร้อมๆ กัน "ไงนี่ แฮนนาห์ เบเคอร์ เอง ไม่ต้องปรับจูนอะไรก็ตามที่เธอฟังอยู่หรอก นี่คือเสียงฉันเองที่ชัดเจนแบบสเตอริโอ ไม่ต้องโต้ตอบไม่มีฟังซ้ำ และจะไม่ร้องขออะไรทั้งนั้น ฉันจะเล่าเรื่องชีวิตฉันให้ฟัง" นี่คือประโยคที่ เคลย์ เจนเซน (ดีแลน มินเนท) ได้ยินลอดหูฟังวอล์คแมนของเขา พร้อมปมปริศนาเบื้องหลังการฆ่าตัวตายของ แฮนนาห์ เบเคอร์ (แคทเธอรีน แลงฟอร์ด) ที่เขาแอบมีใจให้ผ่านเสียงของเธอในเทป 7 ม้วน 13 หน้า ที่เล่าเรื่องราวบุคคลรอบข้าง 13 คน ในโรงเรียนลิเบอร์ตี้ไฮ โดยเทปแต่ละม้วนบอกเล่าเรื่องราวแสนเลวร้ายที่แฮนนาห์ต้องเผชิญจากทั้ง 13 คน ทั้งมิตรภาพ และการหักหลังในโรงเรียนลิเบอร์ตี้ไฮ ยิ่งทำให้เกิดคำถามแก่ทุกคนว่าใครกันแน่ที่ทำให้ แฮนนาห์ เบเคอร์ ฆ่าตัวตายไม่เว้นแม้แต่ เคลย์ ที่ถูกกล่าวถึงในเทปชุดนี้ด้วย เดิมที 13 Reasons Why เคยเป็นหนังสือมาก่อน ฉบับแปลภาษาไทยใช้ชื่อว่า 13 บันทึกกลับหัวใจสลาย โดยฉบับซีรี่ย์ทาง Netflix ได้ ไบรอัน ยอร์คีย์ มาควบคุมงานสร้างร่วมกับ เซเลน่า โกเมซ นักร้องงสาวสวยที่ผลักดันให้เกิดซีรี่ย์เรื่องนี้ แถมคงคอนเซปต๋เทปคาสเซ็ต 13 หน้า มาแบ่งเป็นสิบสามตอนที่บอกเล่าเรื่องราวของคนที่มีส่วนในการฆ่าตัวตายของ แฮนนาห์ เบเคอร์ ซึ่งแต่ละตอนคนดูจะต้องมานั่งลุ้นกันว่าคนที่ถูกกล่าวถึงในเทปแต่ละม้วนได้สร้างบาดแปลอะไรให้ตัวแฮนนาห์บ้าง และเรื่องราวในซีรี่ย์นี้ได้สะท้อนให้เห็นความรุนแรงในสังคมวัยรุ่น ทั้งการนินทา พูดเสียดสี ถูกประจาน จนถึงปัญหาการข่มขืนที่เหยื่อเลือกจะเงียบก่อนจะเกิดเรื่องเศร้าตามมาทีหลัง เรื่องเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นสาเหตุการฆ่าตัวตายที่นิยายกล่าวถึง และฉบับซีรี่ย์ก็ได้ผลักดันให้ภาพที่ถูกนำเสนอออกมารุนแรง และกระทบจิตใจ จนทำให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงภัยเงียบนี้ได้อย่างเข้าถึง และเข้าใจ จนอยากยกให้เป็นตัวอย่างการทำซีรี่ย์ หรือละครจรรโลงสังคมที่นอกจากพล็อตเรื่องที่กระตุ้นความสนใจผู้ชมได้ทุกตอนแล้ว มันยังถูกนำเสนอผ่านเทคนิคทางภาพยนตร์ได้อย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะการตัดต่อที่แบ่งช่วงเวลาเรื่องเล่าจากเทป และเหตุการณ์ปัจจุบันที่เคลย์ได้พบเพื่อนใจร้ายแต่ละคน จนทำให้คนดูลุ้นแทบไม่ติดเก้าอี้ หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ความเข้มข้นของปมปัญหาที่สะท้อนสังคมออกมาได้ดี นอกจากเรื่องการฆ่าตัวตายของ แฮนนาห์ เบเคอร์ แล้ว ซีรี่ย์ยังพาเราไปสำรวจชีวิตวัยรุ่นได้อย่างรอบด้าน ทั้งการค้นหาเพศสภาพในกรณีของ คอร์ทนีย์ (มิเชล เซลีน อัง) สาวเอเชียที่คู่รักเกย์อุปการะ ที่ต้องการการยอมรับจากอเล็กซ์ (ไมลส์ ไฮเซอร์) จนทำเรื่องเลวร้ายกับคนอื่น รวมถึงภัยจากโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ประหนึ่งเหมือนศาลเตี้ย ให้ผู้คนตัดสินเหตุการณ์เพียงเปลือกนอก เหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เรื่องราว และปมดราม่าเข้าข้มมากยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้ผู้ชมคิดตามพร้อมจินตการว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลทางอ้อมมันคือการทำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสังคมได้อย่างไม่ยัดเยียดอีกด้วย ถ้าคุณเห็นว่าซีรี่ย์นี้เป็นซีรี่ย์แนวไฮสคูล อย่านึกว่างานสร้างจะสุกเอาเผากินแบบนั้น เพราะทุกอย่างถูกคุมไว้ด้วยธีมของเรื่องอย่างชาญฉลาด ตั้งแต่โรงเรียนที่มีความลับภายใต้ฉากหน้าสวยหรู โดยมักเลือกถ่ายทอดให้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ในฉาก เพื่อนำเสนอสิ่งเก็บความลับของตัวละคร ทั้งห้องล็อคเกอร์ที่บรรจุของใช้ และความลับของนักเรียน ถุงใส่คำชมในห้องเรียน หรือแม้กระทั่งประตูห้องอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งหมดทั้งมวลแสดงให้เห็นความใส่ใจ และเปี่ยมศิลปะในการถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่องได้ อีกสถานที่สำคัญในเรื่องก็คือ คาเฟ่โมเนต์ ร้านกาแฟเบเกอรี่ที่เหล่าตัวละครไปใช้เวลาในการถกเรื่อง แฮนนาห์ เบเกอร์ ก็นับว่าเป็นการนำงานศิลปะของ โมเนต์ มารับใช้เรื่องราวได้เป็นอย่างดี เพราะงานศิลปะของศิลปินอิมเพรสชันนิสม์คนนี้ไม่อาจตัดสินได้ด้วยการมองใกล้ๆ แต่ให้พิจารณาจากภาพรวม เสมือนเป็นการบอกตัวละคร และคนดูให้ฟังเทปแฮนนาห์ให้จบ 13 ม้วนจึงจะสามารถตัดสินได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่เธอฆ่าตตัวตายในครั้งนี้ สรุป 13 Reasons Why 13 บันทึกลับหัวใจสลาย ซีรีส์แนว Drama/Thriller ในขณะที่ดูซีรี่ย์เรื่องนี้เชื่อว่าหลายคนต้องเป็นเหมือนกันหมด นั่นก็คือการเริ่มตัดสินตัวละครโดยดูจากภาพที่เห็นตัวอย่างเช่น ผู้ชายคนนี้เลวจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ทำไมอ่อยได้ขนาดนี้ อาจารย์ทำไมไม่แคร์เด็กเลยซึ่งการตัดสินคนอื่นโดยใช้ข้อมูลที่เรารับรู้เพียงบางส่วนเป็ฯเรื่องที่เราทำกันจนเป็นปกติ แต่เรื่อง 13 Reasons Why นี้กำลังสอนเรากลับว่าอย่าตัดสินตัวละครในเรื่อง เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาทำแบบนี้เพราะอะไร เหมือนที่หลายคนชอบตัดสินคนฆ่าตัวตายว่าอ่อนแอ ไม่รักพ่อแม่บ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ บางทีถ้าเราได้ฟังเรื่องราวของเขาทั้งหมด เราอาจจะคิดว่ามันควรจะเป็ฯแบบนั้นก็ได้ เพราะอย่างนั้นการดูซีรี่ย์เรื่องนี้อย่าเพิ่งตัดสินใจจนกว่าจะได้ฟังเทปท้ายๆ แล้วกัน>>ดูหนังออนไลน์
Wall-E วอลล์ - อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย
ในปัจจุบันกระแสรณรงค์รักษ์โลกกำลังกลับมาเหมือนครั้งหนึ่งในอดีต ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง หรือแบรนด์สินค้าที่ขยันออกแคมเปญเกี่ยวกับการลดถุงพลาสติก และการนำขยะมาทำเป็นเสื้อผ้า หรือข้าวของเครื่องใช้ ฉะนั้นมันทำให้พวกเราชาวคนดูหนังนึกถึงแอนิเมชั่นสุดน่ารักเรื่องหนึ่งขึ้นมา ที่เคยออกฉายมากว่าสิบปีที่แล้ว นั่นก็คือ Wall-E นั่นเอง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์อัดขยะที่ต้องอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลก เพราะมนุษย์ได้อพยพหนีขึ้นยานไปแล้ว เนื่องจากสภาพบนโลกโหดร้ายเกินกว่าจะอยู่อาศัยได้ เมื่อ 10 ปีที่แล้วอาจเป็นการดูภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น เราอาจจะยังไม่อินกับเนื้อเรื่องมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราเริ่มเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่แย่ลง เมื่อกลับไปดูอีกครั้ง Wall-E จึงเป็นเรื่องที่สะท้อนปัญหาอย่างเห็นภาพ และทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มอีกเป็นเท่าตัว หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เนื้อเรื่องของ วอลล์-อี หุ่นยนเก็บขยะตัวสุดท้ายบนโลกใบนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวของ Wall-E วอลล์-อี หุ่นยนเก็บขยะตัวหนึ่งที่อยู่บนโลกเป็ฯคนสุดท้าย ซึ่งเจ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยนี้มีเพื่อนอยู่คนเดียวก็คือ แมลงสาบ ที่อยู่รอบด้านเขาเต็มไปหมด แถมยังเต็มไปด้วยเศษซากอารยธรรมของมนุษย์มากมาย ดูก็รู้ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนอาศัยอยู่บนโลกนี้แล้ว และสภาพของโลกก็ไม่น่าจะเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตสักเท่าไหร่ ทุกๆ วัน วอลล์-อี จะทำหน้าที่อย่างขมักขันแข็ง นั่นก็คือการบีบอัดขยะแล้วจัดการมันให้เข้าที่เข้าทาง ถ้าวันไหนเจอขยะที่ดูมีค่าหน่อยก็จะเก็บกลับบ้านไปสะสมเป็นคอลเล็คชั่น วันหนึ่งเขาก็เจอเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะท่ามกลางความแห้งแล้งแร้นแค้นของโลกใบนี้ กลับมีต้นไม้ต้นเล็กๆ หลบซ่อนอยู่ แน่นอนว่า วอลล์-อี ไม่พลาดเก็บเข้ากรุ ในช่วงเวลาตอนกลาวคืน วอลล์-อี จะกลับเข้าบ้าน และเปิดดูโทรทัศน์เครื่องเก่า ที่มักจะฉายหนังรักโรแมนติกเก่าๆ มีทั้งฉากที่ผู้คนเต้นรำ และฉากที่พระนางจับมือกัน วอลล์-อี ดูแล้วก็รู้สึกอยากจะลองจับมือกับใครสักคนบ้าง แต่ก็ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคิดจะเป็ฯแค่ฝันลมๆ แล้งๆ เพราะมันไม่เหลือใครแล้วบนโลกใบนี้ ความเหงาปกคลุมบรรยากาศอย่างรู้สึกได้ชัด การอยู่อย่างโดดเดี่ยวมีเพียงเพื่อนแมลงสาบบนโลกอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะฟังดูยังไงมันก็ดูอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเกินจะทน จนกระทั่งวันหนึ่ง วอลล์-อี ก็ได้พบกับอีฟ หุ่นยนต์สาวรูปทรงล้ำที่ถูกยานอวกาศนำมาปล่อยทิ้งไว้ วอลล์-อี เจออีฟครั้งแรกก็หลงรักทันที แต่ช่วงแรกๆ อีกก็จะรู้สึกเย็นชา และอารมณ์เกรี้ยวกราดหน่อยๆ เห็นอะไรผิดสังเกตก็ยิงทิ้งตลอดเวลา แต่ วอลล์-อี ก็เข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้น ทำให้อีฟกลายเป็นเพื่อนของ วอลล์-อี จนได้ ต่อมา วอลล์-อี ก็พาอีฟเข้ามาในบ้านเพื่อเข้ามาดูสิ่งของต่างๆ ที่เขาเก็บสะสมไว้ให้ดู รวมไปถึงต้นไม้ต้นเล็กที่เขาเก็บเข้ามา หลังจากที่พบเจอต้นไม้แล้วดูเหมือนว่าระบบการทำงานของอีฟก็สั่งให้เก็บต้นไม้ไว้ในตัวทันที และร่างของอีฟก็เหมือนเข้าสู่สลีพโหมด (Sleep Mode) ไม่มีปฏิกิริยาการทำงานแต่อย่างใด จุดนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าภารกิจของอีฟก็คือ การลงมาตามหาว่าบนโลกนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตที่สังเคราะห์แสงอยู่ หรือไม่ ถึงอย่างนั้น วอลล์-อี ก็ยังดูแลอีฟเหมือนเดิม ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะพาอีกไปด้วยทุกครั้ง ทั้งที่อีฟไม่ตอบสนองอาการใดๆ แสดงให้เห็นเลยว่าความรักของ วอลล์-อี ที่มีต่ออีฟนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ วันหนึ่งยานก็มาพาอีฟออกจากโลก ดังนั้น วอลล์-อี ก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย จนได้ค้นพบว่าแท้จริงมนุษย์ยังไม่ได้หายไปไหน เพราะพวกเขาใช้ชีวิตอันแสนสุขสบายอยู่บนยานที่เปรียบเสมือนสังคมขนาดใหญ่ ทุกๆ อย่างดูไฮเทคล้ำยุคไปหมด มนุษย์แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย แม้แต่เดินก็ยังไม่ต้องทำ เพราะนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่พาเคลื่อนที่ไปไหนต่อไหนได้ทุกช่วงเวลา แถมพูดคุยกับคนผ่านหน้าจอสุดไฮเทคโดยไม่ต้องเดินไปหาถึงที่ มีหุ่นยนต์มาบริการเสิร์ฟน้ำกับอาหารถึงที่ โดยที่แต่ละคนรูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์แบบใกล้จะเป็นโรคกันแล้วทั้งนั้น สาระที่ได้จากหนังเรื่องนี้ ช่วงแรกของหนังเรื่อง Wall-E อาจจะดูเหมือนไม่มีประเด็นอะไรลึกซึ้ง ที่เน้นไปทางความน่ารักของตัวละคร ความกุ๊กกิ๊กของหุ่นยนต์ทั้งคู่มากกว่า แต่พอผ่านช่วงกลางเรื่องไปเท่านั้นแหละ เราจะเริ่มเห็นประเด็นที่หนักหน่วงต่อมนุษยชาติอยย่างโลกร้อน และเทคโนโลยี หนังเรื่องนี้จำลองภาพที่มนุษย์เราทำลายโลกจนไม่สามารถอยู่ดำรงชีพได้อีกต่อไป จึงต้องใช้เทคโนโลยีหลบหนีออกสู่อวกาศ การดำเนินชีวิตก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ดูแล้วเหมือนจะดี แต่เพราะมันมากเกินไปมนุษย์เลยกลายเป็นสิ่งมีชีวิตง่อยๆ ที่ทำอะไรเองไม่เป็น ไม่สนใจสิ่งรอบด้าน ใช้ชีวิตเสพสุขไปวันๆ ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรให้กับสังคม เอาเข้าจริงภาพที่เราเห็นในสังคมนี้ก็คล้ายๆ กับปัจจุบันเหมือนกัน โดยเฉพาะการที่ผู้คนก้มหน้ามองจอมือถือ พูดคุยกันผ่านออนไลน์ ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง หรือผู้คนข้างกาย ยังไม่นับเทคโนโลยีสมัยนี้ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนช่วยเหลือเราได้หลายอย่าง หุ่นยนต์เองก็ล้ำหน้าขึ้นกว่าเดิมมาก อดคิดไม่ได้ว่าในอีกหลายสิบปีข้างหน้าชีวิตมนุษย์จะเป็นอย่างไร สรุป Wall-E วอลล์ - อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย หนังแอนิเมชั่นสำหรับเด็กที่กล้าแหกกฏ ด้วยการเล่นกับประเด็นระดับโลกอย่างภาวะโลกร้อน และเทคโนโลยีที่มากเกินไป ถึงอย่างนั้นมันก็ถูกนำเสนอออกมาอย่างลื่นไหล และไม่หนักหน่วงเกินไป เป็นหนังที่สามารถดูกันได้ทั้งครอบครัว>>ดูหนังออนไลน์
Harry Potter and the Prisoner of Azkaban แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
ในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Prisoner of Azkaban แฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องใช้ชีวิตช่วงฤดูร้อนที่บ้านลุง และป้าของเขาเหมือนเดิม แต่ว่าปีนี้จะแตกต่างออกไปจากทุกที เนื่องจากนักเรียนปีสามที่อยู่ที่ฮอกวอตส์สามารถไปเที่ยวหมู่บ้านฮอกส์มี๊ดได้ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องมีลายเซ็นจากผู้ปกครอง ทำให้ แฮร์รี่ ต้องทำตัวเรียบร้อยอดทนต่อคำด่าที่กระทบกระเทียบของลุง และป้า เพื่อแลกกับการที่ลุงของเขาจะเซ็นใบอนุญาตให้ แต่สุดท้ายแฮร์รี่ก็ไม่สามารถทนกับคำพูดที่ว่าร้ายพ่อแม่ของเขาได้ ด้วยบันดาลโทสะจึงเสกคาถาใส่ป้ามาร์จ จนตัวของเธอพองลมลอยละลิ่วไปไกลแสนไกล หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เรื่องราวภาคต่อที่ชื่อว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน แฮร์รี่ ปิดเทอมอยู่บ้าน ในขณะนั้นป้ามารจ์พี่ของลุงเวอร์นอน มาเยี่ยมบ้าน เมื่อมาถึงบ้านป้ามารจ์เริ่มด่าแฮร์รี่ แฮร์รี่พยายามทนเพราะท่าเขาทำตัวดี ลุงจะเซ็นใบตอบรับการไปฮอกมีดส์ของนักเรียนปีสามให้ แต่เมื่อป้ามารจ์เริ่มด่าแฮร์รี่ และพูดถึงพ่อแม่เขาต่างๆ นานา แฮร์รี่จึงทนไม่ได้เสกคาถาเป่าลมใส่คุณป้าจนลอยออกไป แฮร์รี่ซึ่งรู้ว่ากฎของโรงเรียนยคือ ห้ามใช้เวทมนตร์ต่อหน้ามักเกิ้ลเมื่ออายุยังไม่ถึง 17ปี แฮร์รี่จึงเก็บของ และหนีออกนอกบ้านไป เมื่อแฮร์รี่มาถึงที่ถนนแห่งหนึ่ง และพบเขากับหมาดำตัวใหญ่ และพบกับรถเมย์อัศวินราตรี เขารู้เรื่องฆาตกรที่ยังลอยนวนอยู่นั่นคือซีเรียส แบล็ก ที่มีข้อหาฆ่ามักเกิ้ล 13 คน และว่ากันว่าเขาคือลูกน้องมือขวาของลอร์ดโวลเดอมอร์ เมื่อถึงที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว เขาพบรัฐมนตรีกระทรวงเขาให้ตัดสินแฮร์รี่ไร้ความผิด และสามารถกลับไปเรียนที่ฮอกวอตส์ได้เหมือนเดิม และเขาก็พบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ในคืนนั้นเองนายวิสลีย์ได้บอกเขาว่าแบล็กต้องการตามล่า และฆ่าแฮร์รี่ ในวันขึ้นรถไฟ เขาและเพื่อนๆ นั่งห้องเดียวกันกับอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ รีมัส ลูปิน โดยเขาพบกับผู้คุมวิญญาณ เขาช่วยขับไล่ผู้คุมวิญญาณให้ วันที่เขาเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ ถ้วยชาของเขาปรากฏรางมรณะกริมขึ้น ในตอนบ่ายวันนั้นพวกเขาเรียนกับแฮกริด แฮกริดนำตัวฮิปโปร์กริฟที่ชื่อว่า บัคบีค มาสอน และแฮร์รี่สามารถขึ้นขี่ได้ แต่มัลฟอยไปท้าทายมัน และถูกข่วนแขนจนได้รับบาดเจ็บ ในวันที่พวกรอนไปเที่ยวฮอกมีดส์ รูปของสุภาพสตรีอ้วนหายไป และพบเธอ เธอบอกว่าซีเรียสแบล็กกำลังอยู่ในปราสาทแห่งนี้ ในวันที่พวกเขาแข่งควิดดิชแฮร์รี่เห็นกริม และพบกับผู้คุมวิญญาณจู่โจมจนตกจากไม้กวาด ไม้กวาดของเขาปลิวไปตกที่ต้นวิลโลว์ จอมหวดทำให้หัก และเสียหาย เขาขอร้องให้ลูปินสอนคาถาที่ขับไล่ผู้คุมวิญญาณ เขาเรียนกับลูปินเรื่องคาถาที่สามารถขับไล่ผู้คุมวิญญาณได้นั่นคือคาถาผู้พิทักษ์ และเขาสามารถทำได้สำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันบัคบีคถูกตัดสินประหาร ในวันที่ไปฮอกมีดส์ครั้งสุดท้ายเขาพบกับเฟร็ด และจอร์จที่ให้แผนที่ตัวกวนกับเขา แฮร์รี่เดินไปทางลับ และพบกับรอน และเฮอร์ไมโอนี่ แต่เขาก็ได้รู้ว่าซีเรียส แบล็กเคยเป็นเพื่อนกับพ่อแม่เขา และหักหลังพ่อกับแม่ อีกอย่างซีเรียสเป็นพ่อทูนหัวของแฮร์รี่ แฮร์รี่แค้นใจมาก จึงอยากแก้แค้น วันที่ประหารบัคบีคเขาไปหาแฮกริด และพบกับสเคปเบอร์หนูของรอนที่หายไป หลังจากนั้นพวกเขาออกจากมาจากบ้านแฮรกริด แต่รอนถูกหมาลากเข้าไปในโพรง แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ตามไป และพบว่าหมาคือซีเรียส แฮร์รี่พยายามฆ่า แต่ลูปินขวางไว้ และเผยความจริงว่าซีเรียสนั้นบริสุทธิ์ แต่คนที่หักหลังพ่อแม่แฮร์รี่คือปีเตอร์ เพ็ตดิกรูว์ซึ่งแปลงร่างเป็นหนูของรอน พวกเขาจับปีเตอร์ได้ แต่ในขณะเดียวกันลูปินแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า และทำร้ายซีเรียสจนเขาตกลงไปเจอผู้คุมวิญญาณ แฮร์รี่ไปช่วยแต่ก็ต้านไม่ไหว แต่ก็มีคนมาช่วยแฮร์รี่เสกึคาถาผู้พิทักษ์ใส่ผู้คุมวิญญาณ แต่พอแฮร์รี่ฟื้นขึ้นมา ปรากฏว่าซีเรียสถูกจับ และกำลังจะถูกมอบจุมพิตจากผู้คุมวิญญาณ พวกเขาจึงใช้เครื่องย้อนเวลาย้อนไปในอดีตเพื่อช่วยบัคบีค และซีเรียส ตัวละครต่างๆ มีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น ในภาคนี้ทั้งนักแสดง และตัวละครต่างก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ชมอย่างเราๆ จะได้เห็นพัฒนาการของพวกเขาได้อย่างชัดเจน ในภาคก่อนๆ การดำเนินเรื่องราวยังค่อนข้างดูเหมาะกับเด็กซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ในภาคนี้บรรยากาศจะดูคลุมเครือมากยิ่งขึ้น เนื้อเรื่องหนักขึ้นจากองค์ประกอบบางอย่าง อย่างเช่น ผู้คุมวิญญาณ เป็นต้น อีกทั้งภายในเรื่องได้วางปมเอาไว้มากมาย มีทั้งเฉลยในภาคนี้ และเก็บเอาไว้เฉลยในภาคอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าเป็นแผนที่ตัวกวน เจ้าหมาตัวใหญ่สีดำที่คอยตาม แฮร์รี่ หรือแม้กระทั่ง เฮอร์ไมโอนี่ ที่สามารถเรียนได้หลายวิชา ถึงแม้ว่าบางวิชาจะมีเวลาเรียนที่ตรงกันก็ตาม ซึ่งเจ้า Eater Egg บางอย่างจะนำไปสู่บทสรุปตอนจบอีกด้วย สรุป Harry Potter and the Prisoner of Azkaban แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน สำหรับคำถามที่ว่าทำไมจึงจัดหนังเรื่องนี้อยู่ในหมวดย้อนเวลาก็ตองลองไปหาคำตอบกันเอาเอง แล้วคนดูจะรู้ว่าหนังแฟนตาซีที่ดูเหมือนสร้างมาเพื่อให้เด็กๆ ดูนั้น ก็สามารถมีเรื่องราวที่หนักหน่วง และจุดหักมุมที่ชวนอึ้งได้ไม่น้อยเลยเช่นเดียวกัน>>ดูหนังออนไลน์
Gladiator นักรบผู้กล้าผ่าแผ่นดินทรราช
มีใครเคยคิดไว้บ้างไหมว่า รัสเซล โครว์ จะกลายมาเป็นนักแสดงคู่ขวัญให้กับผู้กำกับ ริดลี่ย์ สก๊อตต์ เนื่องจากคุยกันแล้วถูกคอพร้อมกับทำงานกันได้อย่างเข้าขา ทำให้พวกเขามีภาพยนตร์ออกมาต่อเนื่องถึง 5 เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Gladiator (2000), A Good Year (2006), American Gangster (2007), Body of Lies (2008) และ Robin Hood (2010) แต่ว่าไม่มีหนังเรื่องไหนที่ประสบความสำเร็จได้เทียบเท่ากับ Gladiator อีกเลย เพราะว่ามันเป็นหนังที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณค่าสาระบันเทิงที่ยังอยู่ในใจผู้ชมตลอดมา แถมยังเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทุก ๆด้าน ทั้งด้านเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์หนังที่ได้คะแนนรวมทั้งหมด 76 เปอร์เซ็นต์ ทั้งด้านรางวัลเข้าชิงออสการ์ที่เข้าชิงสูงถึง 12 รางวัล แต่สามารถคว้ารางวัลได้ไปเพียง 5 รางวัลเท่านั้น รวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมที่กวาดเรียบทั้งหมด ในส่วนของด้านรายได้หนังใช้ทุนสร้างไป 103 ล้านเหรียญ ถ้าเทียบอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ก็เท่ากับ 154 ล้านเหรียญเลยทีเดียว พร้อมกับกวาดรายได้ทั่วโลกไปถึง 460 ล้านเหรียญ แต่ว่ายังมีเรื่องที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งที่ว่าปกติวิสัยทัศน์ของฮอลลีวู้ด หนังที่ประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ เราจะต้องได้เห็นสตูดิโอรับเข็นภาคต่อออกมาภายในระยะเวลาไม่กี่ปีให้หลัง แต่กับ Gladiator แล้วกว่าสตูดิโอจะประกาศสร้างภาคสองก็เมื่อปี 2018 นี่เอง แต่ด้วยเหตุเรื่องนี้จบลงในภาคแรกไปอย่างสวยสดงดงาม แถมตัวละครหลักตายหันหมดแล้ว พล็อตเรื่องของภาคสองเลยต้องเขียนให้กระโดดข้ามไปอีก 25 ปีข้างหน้า แล้วเล่าเรื่องราวของลูเซียส ลูกชายของลูซิลลา ในภาคแรกที่เป็นหลานชายของ คอมโมดดัส ซึ่ง ลูเซียส เป็นเด็กชายที่ชื่นชมในตัว แม็กซิมัส เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเติบโตขึ้นมาโดยมี แม็กซิมัส เป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจ หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เนื้อเรื่องเข้มข้น ฉากต่อสู้สุดอลังการ เรียกได้ว่าน่าจะเป็นหนึ่งในหนังย้อนยุคแนวสงครามที่ขึ้นแท่นความคลาสสิค หรือไม่ก็เป็นหนังแนวอีพิคโรมันเรื่องต้น ๆ ที่ใครก็น่าจะพูดถึงกันจากฝีมือการกำกับอันเชี่ยวกรากของ ริดลี่ย์ สก๊อตต์ (Alien, Blade Runner) ความโดดเด่นของเรื่องนี้อย่างแรกที่จะพูดถึงก็คือ การสร้างสรรค์เนรมิตสนามประลองแกลดิเอเตอร์อย่างโคลอสเซียมที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งทำออกมาได้สมจริงตามยุคสมัยในช่วงนั้นมาก ๆ ฉากการสงครามในช่วงต้นเรื่อง งานด้านภาพ มุมกล้องที่ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้เป็ฯอย่างดี ดนตรีฝีมือการประพันธ์ของ จอห์น วิลเลี่ยมส์ ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนฉากการประลองโหดในสนามโคลอสเซียมต่างๆ มีทั้งความตื่นเต้น โหดดิบเถื่อน ความมันส์ ทำให้ภาพยนตร์มีความน่าติดตามมากยิ่งขึ้น มีปมประเด็นที่ชวนสะเทือนใจ และน่าเอาใจช่วย ในช่วงฉากแอ็คชั่น หรือฉากสงครามการต่อสู้ก็ทำออกมาได้มันส์สะเด่าไปเลย ชนิดที่แบบเดือดทุกมุมมอง พูดตรง ๆก็คือหนังอีพิดของ ริดลี่ย์ เรื่องนี้ไม่ใช่ในแนวทางของความเป็นแอ็คชั่นเน้นการรบการต่อสู้ที่มโหฬาร และเร้าใจ ด้วยงานภาพ และเสียงที่จัดเต็มชุดใหญ่อะไรขนาดนั้น แต่นี่เป็นหนังที่โดยรวมเล่าถึงการแก่งแย่งชิงอำนาจของลูกชายกษัตริย์ ที่แม้ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นเจ้าปกครองเมืองให้ประชาชนนับถือ แต่สุดท้ายก็ได้ตำแหน่งนั้นมาโดยมิชอบธรรม ทำให้ต้องมีพระเอกออกมาปราบทรราช และแก้แค้นคืนให้แก่กัน ซึ่งนับว่าในส่วนเรื่องราวมีความน่าติดตามเป็นอย่างมาก บวกกับความเข้มข้น และชวนสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย นับเป็นหนังอีพิดที่ดีทั้งบทภาพยนตร์ และความบันเทิง เรียกได้ว่าการจะหาภาพยนตร์เรื่องอื่นมาสู้นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากอย่างมาก เรื่องน่ารู้ในหนังเรื่อง Gladiator ในฉากที่ แม็กซิมัส ต้องต่อสู้กับ ไทกรีส แห่งกอลในสนามที่ล้อมรอบด้วยเสือ 5 ตัว เป็นการดัดแปลงบทภายหลัง ซึ่งในบทดั้งเดิมนั้นจะใช้แรดเข้าฉาก แต่ว่าถ่ายทำได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการฝึกแรดให้คุ้นชินนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หรือถ้ามาใช้ซีจีก็งบประมาณบานปลายอีก จึงเปลี่ยนมาให้ แม็กซิมัส ต่อสู้กับเสือแทน การถ่ายทำฉากนี้ใช้เสือจริงเข้าฉาก แม้ว่าจะเป็นเสือโคร่งที่ฝึกมาจนเชื่องแล้ว แต่ทีมงานก็ไม่ชะล่าใจ โดยการเตรียมพร้อมป้องกันตัวด้วยการให้สัตว์แพทย์ประจำการพร้อมลูกดอกยาสลบ เพื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งตัวของ รัสเซล โครว์ เองก็ต้องรักษาระยะห่างจากเสือไว้ 4-5 เมตรตลอดการถ่ายทำ นอกจากนี้ตัวเลือกแรกที่จะเข้ามารับบทเป็น แม็กซิมัส นั้นไม่ใช่ รัสเซล โครว์ แต่อย่างใด ความจริงแล้วตัวเลือกแรกก็คือ เมล กิ๊บสัน ซึ่งในวันที่ถ่ายทำ เมล มีอายุ 43 ปีแล้ว ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเขาเองอายุเกินจากบทไปมากแล้ว จากนั้นก็หาตัวเลือกต่อมาก็คือ แอนโตนิโอ แบนเดราส และฮิวจ์ แจ็คแมน ก่อนที่สุดท้ายจะมาจบลงที่ รัสเซล โครว์ ที่อายุในวัย 36 ปี สรุป Gladiator นักรบผู้กล้าผ่าแผ่นดินทรราช Gladiator เป็นหนังแนวอีพิคย้อนยุคเรื่องยิ่งใหญ่อีกเรื่องที่คู่ควรแก่การชม ไม่น่าเชื่อว่าอายุอานามของหนังเรื่องนี้ปาเข้าไป 20 ปีแล้ว แต่ด้วยความที่หนังนั้นยอดเยี่ยมทั้งในเชิงของบทภาพยนตร์ การเล่าเรื่อง และการดำเนินเรื่องที่เข้มข้นตามแบบฉบับการแย่งชิงอำนาจในบัลลังก์ บวกด้วยความเร้าอารมณ์ ความมันส์สะใจ และโหดดิบจากฉากการต่อสู้ จึงทำให้หนังเรื่องนี้มีดีทั้งเนื้อหา และความสนุกครบครันเสียจริง ๆ>>ดูหนังออนไลน์
Alien เอลี่ยน การเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์และเอเลี่ยน
ถ้าหากให้พูดชื่อหนังสักเรื่องหนึ่งคงไม่มีใครไม่รู้จักภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Alien อย่างแน่นอน หรือบางทีก็ต้องรู้จักนิยามของคำว่าเอเลี่ยนไม่มากก็น้อย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นหนังที่แปลกใหม่ของวงการหนังแนวไซไฟอวกาศเป็นอย่างมาก ด้วยองค์ประกอบหลาย ๆอย่าง ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมโดยไม่มีข้อกังขา หากเทียบกันกับหนังเกือบ 40 ปีก่อนด้วยกัน เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวของยานขนส่งของลำหนึ่งที่ได้รับคำสั่งให้ไปทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ผลปรากฏว่าได้รับคำสั่งให้ลงไปสำรวจดาวดวงหนึ่ง โดยส่งคนลงไปเป็นกลุ่มทั้งหมด 3 คน เพื่อเดินหาสำรวจสิ่งผิดปกติบนดาวดวงนั้น ซึ่ง เคน หนึ่งในสมาชิกถูกทำร้ายโดยสิ่งมีชีวิตประหลาด ที่กระโดดเข้ามาเกาะอยู่บนใบหน้าของเขา ต่อมาพวกเขาทั้งสามคนจึงตัดสินใจพาเพื่อนที่โดนสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งกลับมาที่ยานเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ทว่าในตอนแรกมีสมาชิกภายในยานไม่เปิดประตูยานให้ เพราะต้องทำตามกฏกักกันเชื้อโรคที่ห้ามเข้าสู่ยาน แต่ในที่สุดคนในยานอีกคนก็เปิดประตูให้เพื่อนคนที่โดนทำร้ายเข้ามา ทำให้สิ่งมีชีวิต หรือตัวประหลาดลอบเข้ามาในยานลำนี้ด้วยนั่นเอง หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวขานมาอย่างยาวนาน หนังเรื่อง Alien เป็นหนังที่ถูกกล่าวขานมากเมื่อครั้งในอดีต เพราะตัวหนังเต็มไปด้วยฉากน่ากลัวมากมายจนคนดูต้องรู้สึกกลัวไปตามๆ กัน แต่ถ้าหากเอากลับมาดูในวันนี้คงบอกได้ว่าหนังไม่มีความน่ากลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย นั่นเป็นเพราะการพัฒนาการของวงการฮอลลีวู้ดใน 40 ปีต่อมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานซีจีที่สมจริงมากขึ้น จนแยกไม่ออกเลยเป็นของจริง หรือสิ่งที่สร้างขึ้น ไหนจะภาพความรุนแรงที่ทำออกมาได้ดีเกินคำบรรยาย อย่างไรก็ตามเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าหวันที่หนังออกฉาย กับหนังที่มีฉากเอเลี่ยนเกาะหน้า หรือฉากที่มีเอเลี่ยนทะลุออกมาจากหน้าอก รวมถึงการให้แคแรคเตอร์ผู้นำเป็นผู้หญิงนั้นล้วนเป็นความแปลกใหม่ ซึ่งตัวนักแสดงอย่าง ริดลี่ย์ สก๊อตต์ ก็ยกระดับความรุนแรงของภาพไปในจุดที่ไม่เคยมีใครกล้าทำออกมา และเป็นใบเบิกทางให้หนังไซไฟสยองชวัญได้ถูกสร้างขึ้นตาม ๆกันมาอีกหลายเรื่อง ทั้ง The Thing, The Fly และ Critter แม้ว่าหนังเรื่องเอเลี่ยนจะเป็นผลงานจากมันสมองของ แดน โอแบนนอน และเพื่อนสนิทของเขาอย่าง โรนัลด์ ชูเซ็ตต์ แต่ถ้าได้รู้รายละเอียดเบื้องหลังงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะเห็นเลยว่า คนที่ทุ่มเท และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนังสัตว์ประหลาดนอกโลกตัวนี้คือ ริดลี่ย์ สก๊อตต์ นั่นเอง เพราะเขาเป็นเจ้าของไอเดียที่ทำให้หลาย ๆฉากกลายเป็นภาพจดจำบนโลกภาพยนตร์ ถึงแม้ว่าตัวของ ริดลี่ย์ สก๊อตต์ จะไม่ได้เป็นผู้สานต่อตำนานนี้เอง แต่ผู้กำกับที่มารับช่วงต่อก็ถือว่าเป็นผู้กำกับที่อยู่ในระดับแนวหน้าของฮอลลีวู้ดทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ คาเมรอน ที่เพิ่งดังจากหนังเรื่อง The Terminator (1984) มาสานต่อใน Aliens (1986) และเป็นภาคเดียวที่ทำเงินสูงกว่าภาคต้นฉบับ ก่อนที่เวลาต่อมา เดวิด ฟินเชอร์ จะมาดังจากวงการมิวสิควิดีโอ ก่อนจะมาสานเรื่องราว Alien 3 (1992) ผลปรากฏว่าถูกด่าเละเทะว่าห่วยเกินคำบรรยาย แต่ว่ามากอบกู้ชื่อให้ตัวเองได้สำเร็จในเรื่อง Sev7n (1995) และ Alien ก็ถูกปิดตำนานไปอย่างยาวนานด้วยฝีมือของ ฌอง ปิแอร์ จูเนต์ ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ส่วนหนังเรื่อง Alien: Resurrection (1997) ของเขาล้มเหลวทั้งเสียงวิจารณ์ และรายได้ เรียกได้ว่าเป็นภาคที่ทำเงินได้น้อยสุดเลยทีเดียว แต่แล้ว ฌอง ก็กู้ชื่อกลับมาได้หลังจากกลับไปทำหนังฝรั่งเศสอารมณ์ดี Amelie (2001) ทำให้เขากลับมาเป็นผู้กำกับที่มีเครดิตน่าเชื่อถือไปได้ นอกจากนี้ผู้กำกับ ริดลี่ย์ นั้นยอมรับผลงานภาคต่อเพียงแค่ Aliens ของ เจมส์ คาเมรอน เท่านั้น เพราะเขารู้สึกผิดหวังกับภาคที่สามกับภาคที่สี่ เมื่อได้กลับมาพูดคุยกับฟ๊อกซ์ถึงการทำภาคต่อใน 30 ปีต่อมา ริดลี่ย์ งานสร้างที่เด่นเกินยุคสมัย ถ้าหากใครได้ดูเรื่อง ALien: Covenant และ Alien (1979) แล้วจะรู้สึกได้ว่าพล็อตของทั้งสองเรื่องนี้มีความละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก ที่เหล่าบรรดาลูกเรือมีเป้าหมายเดิมเพิ่มลงไปยังดาวดวงหนึ่ง แต่ได้ยินสัญญาณแปลกปลอมจากดาวใกล้เคียงจึงเบนเปลี่ยนทิศทางไปสำรวจหาที่มาของเสียง และเป็นเหตุให้ได้เจอกับเอเลี่ยน จนนำพาไปสู่การไล่ล่านองเลือด ด้วยเหตุที่เป็นแฟรนไชส์ที่ลากยาวมากว่า 30 ปี พอกลับไปดูภาคแรกก็สังเกตเห็นถึงวิสัยทัศน์ของการออกแบบงานสร้างที่ดูทันสมัยในยุคนั้น แต่กลับดูเชยเมื่อมาดูอีกครั้งในวันนี้ ที่เห็นได้ชัดก็คือการออกแบบแผงควบคุมต่าง ๆในยาน ซึ่งในส่วนของหน้าปัด และหน้าจอของคอมพิวเตอร์ก็ยังขึ้นเป็นตัวหนังสือเขียว ๆ เหมือนคอมพิวเตอร์ในยุคแรกอยู่เลย แต่ทว่าภาพลักษณ์การออกแบบภายนอกยานกลับดูไม่เชยนัก ภาพยานดูมีรายละเอียดยิบย่อยมาก และสมจริงก็ต้องขอบคุณทีมงานจาก Star Wars (1977) ที่เป็นผลงานของฟ๊อกซ์เช่นกัน และได้ทีมงานที่มีประสบการณ์มาช่วยสร้างฉากต่าง ๆ อย่างไรก็ตามฉากคลาสสิคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นฉากฉีกออกทะลุออกมา หรือฉากตีหัวแอชหลุดก็ต้องจินตนาการถึงความรู้สึกได้ว่าดูครั้งแรกน่ากลัวขนาดไหน พอมาดูในวันนี้กลับเห็นถึงความไม่เนียนอย่างชัดเจนมากมาย แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือความพยายาม และความตั้งใจของทีมงานในวันนั้น ที่โดนจำกัดทั้งงบทุน และข้อจำกัดทางเทคโนโลยีCG (Computer Graphic) แต่ก็สร้างภาพออกมาให้คนดูต่างอึ้งทึ่งกับความน่ากลัวที่ได้เห็นบนจอในวันนั้น ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด สรุป Alien เอลี่ยน การเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์ และเอเลี่ยน เรียกได้ว่าถ้าใครยังไม่เคยดูหนัง Alien ละก็จงไปหามาดูซะ เพราะมันเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อยเมื่อครั้งในอดีต ถือว่าเป็นหนังต้นกำเนิดที่ถูกจดจำในเรื่องของความน่ากลัวมานานกว่า 30 ปี อีกทั้งยังเป็นหนังแนวไซไฟอันดับต้นๆ ที่ใช้CG(Computer Graphic) สร้างความสยดสยองให้กับคนดูได้อย่างยอดเยี่ยม>>ดูหนังออนไลน์
The Truman Show ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์
เหล่าคอภาพยนตร์คงจะรู้จักรายการเรียลลิตี้กันไม่มากก็น้อยใช่ไหมล่ะ ซึ่งความสนุกของรายการประเภทนี้ที่ทำให้คนดูอย่างเราๆ รู้สึกชอบ และอยากติดตามคงไม่พ้นความดราม่า หรือความสนุดในการได้มองดูชีวิตของคนอื่น แม้ว่าส่วนใหญ่ก็อย่างที่เราพอจะรู้กันว่ามีหลายฉากที่มันไม่ได้เป็ฯความจริงๆ เลยซะทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟ็ค คิวการแสดง ฉาก ที่มักจะมีการนัดแนะกันมาก่อนทั้งนั้น หรือบางทีแม้จะไม่ได้มีการกำหนดบทบาทอย่างที่ว่า แต่อย่างน้อยคนที่เรากำลังดูอยู่ เขาก็ยังรู้ตัวว่ามีกล้องกำลังแอบถ่ายอยู่ แต่มันจะเป็ฯยังไงถ้ามีรายการเรียลลิตี้ที่ถ่ายทอดชีวิตทั้งชีวิตของคนคนหนึ่งตั้งแต่เกิดมาจนโต โดยที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนแลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขามันไม่ใช่เรื่องจริงอย่างในหนังเรื่อง The Truman Show ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์ เรื่องราวของหนังเรื่อง ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์ ทรูแมน เป็นชื่อของชายหนุ่มวัย 30 กว่าปี ที่เกิดมาพร้อมกับหน้าที่ และต้องทำงานตั้งแต่เขาลืมตาดูโลกโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัว การทำงานที่ว่าก็คือ การดำเนินชีวิติตามปกติเหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง เพียงแต่ถูกควบคุมโดยผู้อำนวยการสร้างรายการเรียลลิตี้ 24 ชั่วโมง แน่นอนว่าตั้งแต่เกิดยันโตชีวิตของเขาก็ถูกจ้องมองโดยคนทั่วโลกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหน จะกินอะไร นอนตรงไหน จะพูด หรือมีความสัมพันธ์ใดๆ ก็ตาม ทุกการกระทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ทั้งเมืองที่เขาอาศัยอยู่ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเขาเอง ทุกอย่างมันคือฉากที่ถูกจัดขึ้นมา The Truman Show หรือชื่อในภาษาไทยคือ ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์ นำแสดงโดยนักแสดงมากความสามารถอย่าง จิม แคร์รี่ เป็นภาพยนตร์ที่เก่าเอามากๆ เข้าฉายในปี 1998 ถึงหนังจะเก่าแค่ไหนแต่บอกได้เลยว่ามันเป็นภาพยนตร์ตลกดราม่าที่สุดยอดมากๆ ด้วยการนำรูปแบบการดำเนินรายการแบบเรียลลิตี้อย่างที่หลายคนชอบดูมาเป็นแนวคิดในการเล่าเรื่องราวของหนัง ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงรายการแบบในเรื่องคงจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงในโลกนี้แน่นอน เพราะมันผิดกฏหมาย และผิดขริยธรรมแบบรุนแรงถึงต่อให้มีจริงๆ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่บ้า และโหดร้ายต่อความรู้สึกของตัวละครแน่นอน ลองจินตนาการดูว่าถ้าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตมันไม่จริง พ่อแม่พี่น้อง และเหล่ามิตรสหาย รวมไปถึงคนรักเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกแล้วยังจะมีใครก็ไม่รู้คอยมองดูทุกการกระทำของเราทุกฝีก้าว แค่ลองนึกตามความรู้สึกที่ได้มันก็แย่ไปมากแล้ว ไม่รู้จะต้องโกรธ และอับอาย หรือรู้สึกอะไรก่อนดี หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ตัวละครเอกที่แสดงได้ยอดเยี่ยม ทรูแมน เป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าสงสารที่สุดที่เรารู้จัก ทั้งๆ ที่เขามีชีวิตที่มีความสุขดีเป็นที่รักของทุกคน ไม่ได้ขาดหายอะไรเลย แต่ความจริงที่หลบซ่อนอยู่โหดร้ายอย่างมาก จนเรารู้สึกรับไม่ไหวแทนตัวละคร ชื่อของ ทรูแมน กลายเป็นการเสียดสีอย่างร้ายกาจ เพราะมันเป็นว่าคนจริงๆ ท่ามกลางเรื่องราวโกหกหลอกลวง สุดท้ายแล้ว ทรูแมน มีจริง หรือเปล่า เพราะเหล่าคนดูทั้งหลายก็ถูกหนังทำให้เชื่อ หรือเห็นว่าเขามีตัวตนบนจอภาพ หากพูดถึงการแสดงของ จิม แคร์รี่ แล้วบอกเลยว่าไม่มีที่ติ เพราะเขามีเสน่ห์แบบที่หาได้ยาก ผู้รับบท ทรูแมน จะต้องกุมใจผู้คนให้ได้มากที่สุด จะต้องดูเรียลเพื่อสร้างความแตกต่างกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ยิ่งฉากไคล์แม๊กซ์ที่ทำให้เรียกน้ำตาจากผู้ชมได้ นักแสดงจะต้องเชื่อลึกลงไปถึงจิตใจเลยว่าตัวเองอาศัยอยู่ในโลกลวงตามาตลอดเวลา ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้เชื่อยากขนาดนั้น เพราะหนังทำให้เรารู้ว่าโลกที่เราอยู่ก็ไม่ได้ปลอมน้อยไปกว่ากันเลย คนอย่าง จิม แคร์รี่ สามารถถ่ายทอดพัฒนาการตัวละครตั้งแต่ยังมีความสุข เริ่มสงสัย ความฝัน ความหวาดกลัว ค้นพบความจริง ไปจนถึงจุดที่ก้าวข้ามความหวาดกลัว ด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมจนอะไรๆ ก็ไม่สามารถขัดขวางเขาได้ ตลอดเรื่องอารมณ์คนดูค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการแสดงของเขาซัพพอร์ตได้เป็นอย่างดี พอดำเนินถึงฉากที่ ทรูแมน ยกมือขึ้นแตะผนังสตูดิโอ ซึ่งฉากนี้เป็นฉากที่เรียกได้ว่าทำได้สุดยอดจริงๆ เล่นบทบาทได้เกินคำบรรยายเป็นอย่างมาก ทำให้เหล่าคนดูต้องอินตามไปกับหนังอย่างจริงจัง สรุป The Truman Show ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์ จุดเด่นของ The Truman Show คือการที่หนังหยิบเอาประเด็นจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากมนุษย์เลือกจะเล่นบท “พระเจ้า” ซึ่งถ่ายทอดผ่านตัวละครคริสตอฟ (เอ็ด แฮร์ริส) โปรดิวเซอร์ประจำรายการที่อยู่กับทรูแมนมาตั้งแต่เขาลืมตาดูโลก คอยกำกับ และกำหนดชีวิตของทรูแมนให้เป็นไปในทิศทางที่เขาอยากจะให้เป็น สร้างปมในชีวิตให้กับเขา เลือกคนรัก จำกัดความคิด เป็นต้น ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อทรูแมนตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองว่า สุดท้ายแล้วชีวิตของเขาที่ผ่านมานั้นเขาเคยทำอะไรนอกกรอบบ้าง หรือยัง ความสนุกประการสำคัญคือการที่หนังทำให้ผู้ชมเป็นบุคคลที่ 4 หรือ 5 หรือ 6 ซึ่งกำลังเฝ้ามองพฤติกรรมของเหล่าตัวละครในเรื่องที่ซ้อนทับกันอีกที ว่าตกลงแล้วพฤติกรรมของใคร ส่งผลอย่างไรกับตัวละครอื่นยังไงบ้าง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมเก็บเกี่ยวประเด็น และนำกลับไปมองชีวิตของตัวเองด้วย>>ดูหนังออนไลน์
The Sixth Sense ซิกซ์เซ้นส์...สัมผัสสยอง
The Sixth Sense หนังผลงานของผู้กำกับชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียอย่าง เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน และหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของเขาก็ว่าได้ เพราะเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จในแง่ของรายได้ รวมถึงคำวิจารณ์ในด้านบวกจากนักวิจารณ์หนังชื่อดังอย่างผู้กำกับ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน สไตล์การกำกับมีส่วนคล้ายกับราชาหนังเขย่าขวัญอย่าง อัลเฟรด ฮิตช์คอก เช่น การที่เขาพยายามมีส่วนรวมในหนังที่ตัวเองกำกับเดินผ่านไปมาหน้ากล้อง หรือโผล่มาเป็นตัวประกอบในฉากต่างๆ ซึ่งทางภาษาหนังเรียกว่า คาเมโอ และผลงานส่วนใหญ่ที่เขากำกับจะเน้นความแฟนตาซีกับความหวาดกลัวของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ การที่ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน พยายามกำกับหนังของเขาให้โคลนนิ่งแบบ อัลเฟรด ฮิตช์คอก มากจนเกินไป มันก็มีข้อดี และข้อเสียเปรียบเหมือนดาบสองคมดีๆ นั่นเอง สุดท้ายแล้วถ้า เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน อยากจะประสบความสำเร็จเป็นราชาหนังเขย่าขวัญคนใหม่ต่อจาก อัลเฟรด ฮิตช์คอก บางทีตัวของเขาเองก็ต้องสลัดคราบหลุดพ้นเงาของ อัลเฟรด ออกไปให้ได้ซะก่อน หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เรื่องราวชวนขนหัวลุกกับ ซิกซ์เซ้นส์ สัมผัสสยอง The Sixth Sense บอกเล่าเรื่องราวของ หมอมัลคอล์ม จิตแพทย์เด็กแห่งเมืองฟิลาเดเฟีย ที่พักอาศัยอยู่กับภรรยากันแค่สองคน แต่มีอยู่คืนหนึ่งเนื่องจากว่ามีผู้บุกรุกทุบกระจกลอบเข้ามาบ้านของเขา ซึ่งก็คืออดีตคนใช้ของหมอมัลคอล์มนั่นเอง และอดีตคนใช้รายนั้นก็ได้ยิงหมอมัลคอล์มด้วยปืนเข้าไปหนึ่งนัด หนึ่งปีผ่านไปในฤดูใบไม้ร่วงหมอมัลคอร์มก็ได้พบกับ โคล เด็กชายวัย 9 ขวบ ที่มีพฤติกรรมแปลกๆ ค่อนข้างเก็บตัว โดยหนังพยายามโยงเรื่องเข้าหาพล็อตโครงเรื่องรองที่แตกออกมา ถ้าเป็นผู้ชมที่ชอบดูหนังแบบเก็บรายละเอียดคงจะเกิดเครื่องหมายคำถามในใจว่าแล้วตกลง หมอมัลคอล์มที่ถูกยิงตอนเปิดเรื่อง หมอเขาจะมีอาการเป็นอย่างไร เพราะพล็อตเรื่องโครงเรื่องรองพยายามโยงไปในเหตุการณ์ในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า ทั้งๆ ที่พล็อตหลักยังถูกขมวดทิ้งไว้อยู่ตรงจุดเดิม ประเด็นนี้ผู้กำกับใช้โครงเรื่องการลำดับเหตุการณ์ บวกกับเทคนิคการตัดสลับเวลามาเป็นตัวทิ้งปม และหลอกล่อผู้รับชม หลังจากนี้ตัวละครทั้งหมอมัลคอล์ม และเด็กน้อยโคลก็เดินเรื่องตามพล็อตไปเรื่อยๆ ซึ่งหมอมัลคอล์มเองก็พยายามหาสาเหตุว่าเด็กน้อยโคลป่วยเป็นโรคอะไร ทำไมเด็กคนนี้มีแผลตามร่างกาย ทำไมเด็กคนนี้ค่อนข้างเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร และดูเหมือนว่าเด็กคนนี้มีความลับที่อยู่ในใจที่คอยปกปิดเก็บงำเอาไว้อยู่ จนกระทั่งมาถึงจุดไคลแม๊กซ์ของเรื่อง เมื่อเด็กน้อยอย่างโคลบอกกับหมอมัลคอล์มว่า I see dead people (ผมเห็นคนตาย) ซึ่งคำพูดประโยคนี้กลายเป็นวาทะเด็ดของหนังทันที และเมื่อคำพูดประโยคนี้ถูกเอ่ยออกจากปากเด็กอย่าง โคล นั่นหมายความว่าสิ่งที่เด็กน้อยประสบปัญหาพบเจอมาโดยตลอดตามท้องเรื่องของหนังมันก็คือผีนั่นเอง ประโยคสุดคลาสสิคที่ไม่มีวันลืม ถ้าพูดถึงประโยคสุดคลาสสิคจากภาพยนตร์สยองขวัญคงไม่มีใครลืมประโยคที่ว่า "I see dead people" จากหนังผีปี 1999 อย่าง The Sixth Sense ซึ่งนอกจากจะเป็นหนังผีสุดฮิตที่ทุกคนต้องรู้จักแล้ว ยังการันตีด้วยการได้รับข้อเสนอชื่อเช้าชิงรางวัลในเวทีออสการ์ถึง 6 รางวัล ทั้งรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และนักแสดงสมสบหญิงยอดเยี่ยม รวมถึงรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีภาพยนตร์สยองขวัญเพียง 6 เรื่องเท่านั้นที่เคยได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ The Sixth Sense เป็นผลงานสร้างชื่อของผู้กำกับ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน ที่ชึ้นแท่นทั้งผู้กำกับ และเขียนบทเอง นอกจากนี้เขายังเคยร่วมแสดงในบท ดร. ฮิลล์ ด้วย แต่เจ้าตัวไม่ค่อยแฮปปี้กับการแสดงของตัวเองนัก ซึ่งเรื่องราวของ The Sixth Sense เน้นไปที่เด็กชายขี้อายวัย 9 ปี โคล เซียร์ รับบทโดย ฮาร์ลี่ย์ โจเอล ออสเมนต์ ที่เจอกับปัญหาการมองเห็นวิญญาณ และสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ ซึ่งเขาได้ มัลคอล์ม โครว์ ที่รับบทโดย บรูซ วิลลิส นักจิตวิทยาเด็กมาช่วยรักษาอาการเห็นผีของเขา แต่ว่าสิ่งที่สร้างกระแสสุดๆ ก็คือ The Sixth Sense เป็นภาพยนตร์เจ้าของตอนจบแบบพล็อตเรื่องหักมุมที่โด่งดังที่สุดอีกด้วย หลังจากหนังเรื่องนี้เข้าฉายในปี 1999 ก็ทำให้ภาพยนตร์ดังกล่าวได้รับคำชมอย่างล้นหลาม โดยเน้นหนักไปที่การแสดงของนักแสดงอย่าง บรูซ วิลลิส, ฮาร์ลี่ย์ โจเอล ออสเมนต์ และ โทนี่ คอลเลตต์ ที่รับบทเป็นแม่ของ โคล เซียร์ นอกจากนี้ The Sixth Sense ยังเป็ฯภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดอันดับที่สองของปี 1999 รองจากเรื่อง Star Wars: Episode I - The Phantom Menace ซึ่งทำเงินได้ 293 ล้านเหรียญสหรัฐในสหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 672 ล้านเหรียญสหรัฐในประเทศอื่นๆ ก่อนจะกลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ทำรายได้สูงที่สุด ณ ตอนนั้น ซึ่งตอนนี้ตกไปอยู่อันดับสอง รองจาก It ปี 2017 นอกจากซีนผีที่โผล่มาจากใต้เตียง และศพแขวนคอที่ทำให้คนดูต้องนอนฝันร้ายแล้ว การแสดงนำของนักแสดงวัยเด็กก็ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำคู่กับหนัง The Sixth Sense ไปโดยปริยาย ฮาร์ลี่ย์ โจเอล ออสเมนต์ กลายเป็นนักแสดงเด็กที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น ทำให้เขาได้เล่นภาพยนตร์ดังเรื่องถัดมาอย่าง A.I. Artificial Intelligence และยังมีเรื่องเล่าว่าในวันที่ ฮาร์ลี่ย์ โจเอล ออสเมนต์ มาแคสต์บท โคล เซียร์ ใน The Six Sense ครั้งแรก เขาเป็นเด็กผู้ชายคนเดียวที่สวมเนกไทมาด้วย และเมื่อ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน ชวนคุยว่าเขาได้อ่านบทของตัวเองมา หรือเปล่า ฮาร์ลี่ย์ ก็ตอบกลับว่า "ผมอ่านสามครั้งเมื่อคืน" ด้วยความพอใจ เอ็ม ไนท์ เลยตอบกลับไปว่า "นี่อ่านบทพูดของตัวเองไปตั้งสามครั้งเลยเหรอ" ซึ่งฮาร์ลี่ย์ตอบว่า "ไม่ใช่ครับ ผมอ่านบททั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบไปสามครั้ง" สรุป The Sixth Sense ซิกซ์เซ้นส์...สัมผัสสยอง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายทอดความเป็นหนังแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ค่อนข้างละเอียดละอ่อน เพราะประเภทความขัดแย้งของหนัง มันเป็นประเภทความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมในหนังเรื่องนี้ก็คือใช้วิธีการเคลื่อนกล้องอย่างง่ายดาย เป็นตัวดำเนินเรื่องแค่สามารถสร้างบรรยากาศความหลอนชวนผวาได้เป็นอย่างดี อีกประเด็นที่ต้องกล่าวยกย่องก็คือตัวละครของหนังเรื่องนี้มีแค่ไม่กี่ตัว แต่ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง และการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจมันทำให้ตัวละครหลักๆ อย่างหมอมัลคอล์ม และเด็กน้อยโคลดูมีมิติลึกซึ้งเพิ่มมากขึ้น ฉากจบของหนังมันเป็นการคลายปมปริศนาที่ทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนเปิดเรื่อง แล้วนำมาขยายประเด็นต่อจนเป็นบทสรุป การหักมุมของหนังตอนฉากจบนั้นเป็นประเด็นที่น่าสนใจรองลงมา แต่สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือฉากจบของหนังไม่ได้ทำออกมาแบบมั่วเละเทะ ฉากจบทุกสิ่งทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป และเชื่อมต่อกันอย่างปะติดปะต่อ เหมือนดั่งจิ๊กซอว์ที่ถูกต่อจนเสร็จเรียบร้อยครบถ้วน>>ดูหนังออนไลน์
Shakespeare in Love กำเนิดรักก้องโลก
ถ้าจะถามใครสักคนหนึ่งว่าผลงานชิ้นใดของ วิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ ที่โด่งดังมากที่สุดคืออันไหน แน่นอนว่าคำตอบร้อยละ 99.9 เปอร์เซ็นต์ จะต้องเป็นโศกนาฏกรรมรักโรมิโอกับจูเลียตอย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยการที่โครงเรื่องมิได้มีความซับซ้อนเข้าใจยาก ทำให้เรื่องราวนี้สามารถเข้าถึงอารมณ์ส่วนลึกของคนดูได้ โดยการหยิบเอาศีลธรรม และความเลวทรามของมนุษย์มาเป็นอุปสรรคขวางกั้นรักอันยิ่งใหญ่ของบุตรธิดาสองตระกูลคู่อริ ผลสรุปสุดท้ายก็คือความตายเป็นหนทางออกเดียวที่ดีที่สุด ด้วยความดราม่าของเรื่องสามารถกระแทกกระทั้นจิตใจคนดูได้อย่างมาก เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสองหนุ่มสาวจะต้องจบลงอย่างน่าโศกเศร้าด้วยรอยร้าวของสองตระกูลที่เกิดขึ้นตั้งแต่รุ่นทวด และมีที่ท่าที่จะไม่มีวันจางหายไปไหน ทำให้แม้กาลเวลาของตำนานรักครั้งนี้จะผ่านไปกว่า 400 ปี ก็ยังเป็นผลงานที่คุ้นหูทุกเมื่อเชื่อวัน ภาพยนตร์ Shakespeare in Love เป็นเรื่องราวเล่าความเป็นมาของบทประพันธ์ก้องโลก โรมิโอกับจูเลียต ว่ามีที่มาเป็นเช่นไร อีกทั้งเรื่องทั้งหมดก็เป็นการพรรณนาถึงความรักต้องห้าม หรือ Forbidden Love ระหว่าง วิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ หนุ่มกวีสามัญชนกับ วีโอล่า สาวงามชนชั้นสูง เพียงแต่เรื่องราวทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ถึงแม้ชื่อตัวละครแต่ละตัวกับสถานที่จะมีอยู่จริงก็ตาม แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพียงแค่การอุปโลกขึ้นมาเท่านั้น หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวเจ้ากวี ตัวละครในเรื่อง Shakespeare in Love อย่าง วิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ หรือตามท้องเรื่องเขามีชื่อสั้นๆ ว่า วิลล์ ซึ่งเขาเป็นกวีหนุ่มที่ขาดแรงบันดาลใจในการประพันธ์ในระยะหลังๆ อันเนื่องมาจากหัวใจไร้ความรักหล่อเลี้ยง ทำให้งานเขียนของเขาเริ่มออกทะเลทุกวันๆ หนำซ้ำหญิงที่เขารักยังมาทรยศเขาอีก จนกระทั่งคืนหนึ่งในงานเลี้ยงเต้นรำ วิลล์ ก็เริ้มค้นพบความรักอีกครั้ง เป็นความรักที่สูญเสียไปเนิ่นนานเหลือเกิน โดยหญิงสาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น วิโอล่า หญิงสาวสวยผู้ที่หลงรักในศาสตร์ของบทกวี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทกวีของ วิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ ที่ตัวเขานั้นชื่นชอบเป็นอย่างมาก อีกทั้งเธออยากเป็นนักแสดงอย่างคนอื่นๆ เขา แต่ในสมัยนั้นการให้ผู้หญิงมาแสดงละครถือว่าผิดกฏหมาย ทำให้เธอปลอมตัวเป็นชายมาออดิชั่นบทก่อนหน้าคืนนั้นกับวิลล์ที่โรงละคร นั่นหมายความว่าเธอเคยเจอวิลล์มาก่อน แต่วิลล์จำไม่ได้ เขาจำได้เพียงแต่ว่าในวันนั้นเธอคือ โธมัส เคนท์ แต่สำหรับคืนงานเลี้ยงนี้เธอคือ วิโอล่า สาวสวยเติมเต็มหัวใจเขา แล้วเมื่อความรักของทั้งคู่ลงล็อกกัน มันก็นำมาสู่เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ที่จะกีดกันความรักอันแน่นแฟ้นของทั้งสอง สำหรับบรรยากาศภายในเรื่องมันดูฟุ้งฝัน และคลับคลายว่าเป็นเรื่องรักประโลมโลก คล้อยคนดูให้คนดูคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดในเรื่อง ประหนึ่งเป็นความรักอันสวยงามอันแท้จริงระหว่างนักประพันธ์ผู้ใหญ่กับผู้หญิงอันเป็นที่รักของเขา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเราไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าประวัติศาสตร์จริงแล้วเป็ฯเช่นไร แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเพราะการอุปโลกของเรื่องมันก็เข้าที มีการใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบตัดสลับไปมาระหว่างบทพูดกับบทกวีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากเลิฟซีนที่ดีเยี่ยม ผลคือมันดูโรแมนติก และดูเร้าอารมณ์ ไม่ใช่แค่เพียงตัวละครภายในเรื่องเท่านั้น เพราะคนดูก็อินคล้อยตามกันแทบจะทั้งหมด นอกจากนี้หนังมีการหยิบใช้การเล่าเรื่องที่ลอกแบบจากโรมิโออยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งฉากปืนหาหญิงสาว หรือจะเป็นการพบเจอกันในงานเต้นรำก็ตาม รวมไปถึงก็มีลูกเล่นให้คนดูคิดล่วงหน้ากันไปก่อน อย่างฉากงานศพของตัวละครในเรื่องเป็นต้นนั่นเอง ซึ่งผลดีอีกอย่างก็คือทำให้เราคาดเดาตอนจบไม่แน่นอนว่าเรื่องราวมันจะจบเช่นไร จากเศร้าโศกาแบบโรมิโอกับจูเลียต หรือหวานเลี่ยนตามแบบฉบับหนังรัก ซึ่งจะเป็นอย่างไรคนดูอย่างเราๆ ก็ไปติดตามรับชมกันเองได้เลย จุดเด่นของ Shakespeare in Love ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังพีเรียตสุดอลังการ แถมพูดถึงความรักของ วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ ที่มีต่อผู้หญิงที่ชื่อไวโอล่า โดยนำเสนอออกมาในแนวโณแมนติกกึ่งคอมเมดี้ พร้อมกับแทรกความดราม่าไว้หน่อยๆ ข้อดีของหนังที่สัมผัสได้อย่างก็คือ เมื่อเปิดหนังขึ้นมาได้เพียงไม่กี่นาทีก็มีการจัดคอสตูมอลังการมากมาย และมีโปรดักชั่นที่ยิ่งใหญ่โบราณสมจริง มีวคามรายละเอียดเยอะแยะไปหมด รวมไปถึงดนตรีประกอบที่เสียงไพเราะจับใจคนดู สรุป Shakespeare in Love กำเนิดรักก้องโลก ภาพรวมของหนังที่คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยมออสการ์ไปครอง ถ้าพูดกันตามตรงก็คือหนังเรื่องนี้มีความสมบูรณ์ที่เอื้อต่อ Best Picture ทั้งเรื่องของบท โปรดักชั่น คอสตูม ดนตรี และการแสดง รวมไปถึงการเป็นหนังที่อิงเรื่องบุคคลสำคัญของโลกอย่าง เช็กสเปียร์ และเป็ฯเรื่องเกี่ยวกับวรรณกรรมที่ชาวตะวันตกยกย่องชมชอบกันเป็นอย่างมาก สรุปแล้วถือ Shakespeare เป็นหนังที่ยิ่งใหญ่ในหลายๆ ด้าน ได้ออสการ์ไปตั้ง 7 รางวัล แต่พอมาเจอกับความยอดเยี่ยมของ Saving Private Ryan ที่ทั้งยิ่งใหญ่ ทรงพลัง ดูแล้วให้อะไรกับสังคมโลก และติดตาตรึงหัวหลังดูจบ ก็ไม่แปลกที่ Shakespeare จะโดนหลายคนครหาว่าได้รางวัลมาได้ไง เพราะมันเพลินมันงามจริงที่สุด>>ดูหนังออนไลน์
องค์บาก มวยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดังเปรี้ยงปร้างชนิดที่ไม่ต้องโปรโมต คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณของ องค์บาก และ จา พนม ให้มากความ เพราะถึงขนาดแม็กกาซีน อินเตอร์เทนเมน วีคลี่ ต้องออกมาจัดอันดับให้ติดทำเนียบ 122 คนคนดังแห่งปี 2005 ในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรง ก่อนหน้านี้ปรากฏการณ์ องค์บาก จะเผยตัวตนของหนังบู๊ไทยเมื่อสองปีก่อนด้วยคำว่าตลาดโลก ซึ่งมองดูแล้วอาจจะดูไกลเกินผันสำหรับหนังไทยสักเรื่องหนึ่ง โดยเมืองไทยจะเป็นแค่ตลาด และผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขายในโลกภาพยนตร์แต่อย่างใด งานสร้างสรรค์ที่เป็นเพียงเพื่อเสพในประเทศ แต่เดิมหนังไทยเรื่องหนึ่งมีวงจรชีวิตที่เรียบง่าย สร้างขึ้นมาส่งสายหนังลงโรง และส่องแสงเปล่งประกายแค่เวลาสั้นๆ เมื่อลาจอแล้วหนังออกจากโรงทุกอย่างก็จบลง พอถึงยุคหนังแผ่นยังมีสิทธิลุ้นได้สตางค์อีกรอบจากวีซีดี และดีวีดี หลุดจากนั้นวงจรของหนังก็แทบจะจบลงทันที แต่ว่า องค์บาก จากฝีมือการกำกับของ ปรัญชา ปิ่นแก้ว และนักแสดงนำ จา พนม ยีรัมย์ รวมถึงค่ายสหมงคลฟิล์มฯไม่ยอมจบลงแค่นี้ เพราะในเวลาต่อมาเขาพาหนังบู๊ไทยในนิยามใหม่ ไปสู่ชื่อเสียง และเม็ดเงินในตลาดโลก ฉีกวงจรเดิมที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่แค่เพียงตลาดไทยในที่สุด ถึงแม้ตลาดหนังบู๊แนวศิลปะป้องกันตัวจะเป็นนีชมาร์เก็ตก็ตาม แต่ก็เป็นนีชมาร์เก็ตตลาดโลกที่ย่อมเหนือชั้นกว่าแมสมาร์เก็ตตลาดไทยอย่างไม่ต้องสงสัย อันที่จริงตอนแรกที่หนังเรื่องนี้ลงโรงในไทยดูออกจะซวนเซเล็กน้อยด้วยซ้ำ เพราะคนไทยยังไม่แน่ใจหนังแนวแอ็กชั่นที่ทำเอง แถมยังฉีกแนวสวนตลาดคอหนังเมืองกรุงด้วยการเว้าลาว ด้วยภาษาแห่งอีสานถิ่นเกือบทั้งเรื่อง เป็นผลมาจากความหาญกล้าของปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่กล้าใช้ภาษาอีสานเดินเรื่อง แต่ด้วยแรงบอกต่อก็ทำให้หนังแอ็กชั่นเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในตลาดไทยเป็นแห่งแรก ถึงแม้ยอดรายได้ในไทยจะแพ้หนังดังในช่วงนั้นอย่างแฟนฉันไปพอควร แต่ในวันนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือองค์บากฟีเวอร์ ยังไปต่อในตลาดโลกอีกสามปีเต็ม แต่แฟนฉันฟีเวอร์ที่ดังเป็นพลุแตก กลับยุติเส้นทางหนังแค่ในไทยอย่างน่าเสียดาย หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน พาหนังบู๊ไทยก้าวไปสู่ตลาดโลก การก้าวสู่ตลาดโลก หมายความว่า วงจรชีวิตของภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ผลิตขึ้นไม่ได้จบลงแค่ในประเทศไทย แต่ไปไกลต่อในต่างแดน วงจรชีวิตใหม่จะเริ่มไปกับการโปรโมตของต้นสังกัด กระโดดไปตามงานเทศกาลหนังในประเทศต่างๆ ยิ่งถ้าเข้าตานักวิจารณ์ หรือได้รางวัลก็จะเริ่มมีพูดถึงกันตามคอลัมน์นักวิจารณ์ทั้งในหนังสือพิมพ์กระดาษ และเวอร์ชั่นอินเทอร์เน็ต รวมทั้งบอกต่อไปตามเว็บบล็อก-เว็บไดอารี่ในสื่อเวิลด์ไวด์เว็บที่ทรงพลังขึ้นทุกที หลังจากพ้นตลาดไทย ก็ยังไปไกลด้วยกระแสบอกต่อในเน็ต จนคำว่า “Ong Bak” กลายเป็นหนังบู๊ที่พูดถึงมากที่สุดในรอบสองสามปีที่ผ่านมา และผลพิสูจน์ความนิยม ทำได้ง่ายๆ แค่ลอง search ไซต์ค้นหายอดนิยม google.com ก็จะได้ผลลัพธ์นับเป็นหมื่นยูอาร์แอล ในหน้าเพจหลายสิบภาษา นับตั้งแต่อังกฤษไปจนฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน หรือแม้กระทั่ง รัสเซีย ก็ตาม ความต่อเนื่องของวงจรชีวิตหนังไทยที่เชื่อมต่อถึงตลาดโลก จะเห็นได้ว่าในขณะที่หนังเรื่องสองของทีมคือต้มยำกุ้ง มีกำหนดฉายหลายประเทศทั่วเอเชีย ในวันที่ 11 สิงหาคม ปีนี้ แต่หลังจากนั้นอีกครึ่งเดือน คือในวันที่ 30 สิงหาคมนี้เช่นกัน ค่าย Twentieth Century Fox Home Entertainment จะเปิดตัว DVD Ong-Bak : The Thai Warrior on DVD ลงในตลาดอเมริกาเหนือ และคานาดา ด้วยราคาแผ่นละ 27.98 เหรียญสหรัฐ เห็นจะจะแบบนี้ คงไม่น่าแปลกใจที่ “เสี่ยเจียง” จากค่ายสหมงคลฟีล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จะทุ่มหน้าตักที่มีสุดตัวกับนีชมาร์เก็ตโลก ด้วยทุนสร้างต้มยำกุ้ง ที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จะเป็นรองก็แต่ภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัย ซึ่งนั่นกรณีพิเศษ ในขณะที่การเก็บเกี่ยวจากเรื่องแรกอย่างองค์บากยังไม่หมดสิ้น หนังเรื่องสองคือต้มยำกุ้งก็ขายได้ตั้งแต่แค่เริ่มถ่ายทำ พอเรื่องสองลงโรงในตลาดเอเชีย และรอเข้าอเมริกาเหนือ และยุโรป หนังเรื่องแรกก็เป็น DVD ออกมาในตลาดอเมริกา ทุกอย่างเป็นกระแสหนุนต่อเนื่องกันหมด และเรื่องของเรื่องก็คือ ถึงแม้จะขายสิทธิไปแล้ว แต่การทำรายได้เพิ่มเติมของโปรดักส์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะหมายถึงส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะได้รับเพิ่มเช่นกัน ฉากบู๊ที่มีความดิบ และดุดัน ถึงแม้หนังกำลังภายในยุคใหม่จะเจาะตลาดแมสได้มากขึ้นด้วยเทคนิคลวดสลิง และคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่เบื้องหลังความสำเร็จตรงนี้ ต้องแลกมาด้วยฐานแฟนหนัง martial arts เดิม รวมทั้งสไตล์การต่อสู้เดิมที่เปลี่ยนไป จากความดุดันเข้มข้นแบบบรู๊ซ ลี มาเป็นสนุกสนานเฮฮาแบบเฉินหลง หรือสวยงามว่องไวแบบหลี่เหลียงเจี๋ย (Jet Li) หรืองานกราฟิกคอมพิวเตอร์อย่างหนัง ฟงหวิ๋น เทคนิคของการใช้สลิงเพื่อลอยตัวที่เดิมเคยตื่นตาตื่นใจ กลายมาเป็นเรื่องดาษดื่น เพราะถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คงต้องบอกว่า แม้แต่หนังเด็กอย่างแฟนฉันก็ได้หยิบเทคนิคนี้มาใช้ในซีนที่ล้อเลียนอดีตซีรี่ส์ทีวีดังกระบี่ไร้เทียม ภายใต้กระแสกราฟิก และไวร์ฟู คงต้องบอกว่าลึกๆ แล้ว บรรดาแฟนพันธุ์แท้หนังกำลังภายใน-แอ็กชั่น กำลังโหยหาอดีตของหนังบู๊สไตล์เดิมแบบฮาร์ดคอร์ เข่าเป็นเข่า ศอกเป็นศอก นึกถึงดาราแบบเก่าอย่างบรู๊ซ ลี ที่ไม่มีวันกลับมา ผลก็คือ องค์บาก ก้าวมาด้วยจังหวะที่เหมาะเจาะพอดี เพราะเจ้าของตำนานบรู๊ซลีตายไปนานแล้ว ส่วนเฉินหลงวัยกำลังโรย และเปลี่ยนบทจากดาวบู๊มาเป็นดาวตลกมากขึ้นทุกที ในขณะที่หลี่เหลียงเจี๋ยไม่หนุ่มเหมือนก่อน และแนวเพลงมวยของเขาสวยงามเกินไปไม่ดุดันเท่า ทุกคนรู้ดีว่าวงการหนังฮ่องกงกำลังเสื่อม ต้นทุนในการผลิตหนังในฮ่องกงสูงขึ้นทุกที และมือดีๆ ก็ย้ายไปฝากฝีมือตามสตูดิโอหนังทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฮอลลีวู้ด ที่อิมพอร์ตมือดีจากฮ่องกงไปหมด ตั้งแต่ผู้กำกับอย่างจอห์น วู ดาราอย่างเฉินหลง ผู้กำกับคิวบู๊อย่างหยวนหวูปิง ในเวลาแบบนี้ ตลาดหนังบู๊อินเตอร์กำลังต้องการโปรดักส์ใหม่ และองค์บาก กับโทนี่ จา คือคำตอบแบบไม่คาดฝัน เพราะไม่มีใครเคยคิดว่า ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ที่มาทำลายการผูกขาดของฮ่องกงจะเป็นทีมที่มาจากเมืองไทยบ้านเรา ความเร้าใจในแนวบู๊ของ “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ก็คือ การย้อนกลับไปใช้แนวเก่า (old school) สมัยบรู๊ซ ลี หรือเฉินหลงสมัยหนุ่มๆ (ยุคไอ้หนุ่มหมัดเมา) ของหนังบู๊ที่หมัดเป็นหมัด มวยเป็นมวย และลูกเตะที่ถึงลูกถึงคน และแนวบู๊แบบ retro ย้อนยุคนี้มีอิทธิพลกับวงการสตันท์แมนทั่วโลกทันทีที่องค์บากเผยแพร่ออกไป อิทธิพลใหม่นี้มีมากจน หนังเรื่องล่าสุดของหลี่เหลียงเจี๋ย คือ Unleashed ที่เดิมใช้ชื่อว่า Danny the Dog มีการซ่อม และปรับคิวบู๊ใหม่ เพื่อรับกับความนิยมที่เปลี่ยนไปด้วยซ้ำ สรุป องค์บาก มวยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ในวันนี้สายการผลิตของสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลยังเดินหน้า เพราะเมื่อโปรดักส์ใหม่ในตลาดนีชที่ลงตัว หนังเรื่องสองคือต้มยำกุ้งก็ขายหมดทั่วโลก จากฝีมือสายหนังทั่วโลกที่รุมซื้อตั้งแต่หนังยังสร้างไม่เสร็จ ในขณะที่หนังเรื่องสามคือ ที่ยังใช้ชื่อรหัสว่าดาบที่จะหันมาใช้ศิลปะฟันดาบไทย ก็เริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่มีข่าวแพร่ออกไปในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ไม่ว่าต้มยำกุ้งจะเป็นอย่างไร หรือเรื่องที่สามของทีมนี้จะก้าวต่อไปทางไหน แน่นอนว่าในวันนี้ เวลานี้ และเส้นทางสองปีที่ผ่านมา ได้ขีดเส้นให้ งานองค์บากได้เข้าทำเนียบหนังบู๊คลาสสิกของโลกไปแล้ว ในแบบชนิดที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว หรือบางคนยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ>>ดูหนังออนไลน์
Twelve Monkeys 12 มังกี้ส์ 12 ลิงมฤตยูล้างโลก
Twelve Monkeys ภาพยนตร์แนว Sci-Fi แนวย้อนเวลาเพื่อตามหาจุดเริ่มต้นของจุดสิ้นสุดโลก นำแสดงโดย บรูซ วิลลิส ที่เล่นเป็นคนบ้า ส่วนทาง แบรด พิตต์ เป็นคนบ้ากว่า แต่ที่บ้าที่สุดก็คงต้องยกให้ผู้กำกับ เทอร์รี่ กิลเลี่ยม โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสั้นสัญชาติฝรั่งเศสเรื่อง La Jetee (1962) ของผู้กำกับ คริส เมคเกอร์ ที่นำเสนอด้วยภาพนิ่งทั้งหมด แต่ถ้าจะเลือกว่ารีเมคก็ยังได้ เพราะมีพล็อตหลักแบบเดียวกัน แค่นำเสนอด้วยวิธีการปกติให้ผู้ชมดูง่ายขึ้นเท่านั้น กระนั้นก็เชื่อว่าหลายคนคงยังส่ายหน้า ว่าหนังเรื่องนี้มันเป็นหนังบ้าอะไรกันเนี่ย พล็อตเรื่องแนวการย้อนเวลาที่ได้ฝังลึกประทับเข้าไปอยู่ในใจของคนดู คงมีคนหลายคนที่รู้สึกว่าชีวิตในอดีตบางอย่างต้องการกลับไปแก้ไข ถ้าย้อนเวลาได้เราก็อาจจะสามารถแกไขในบางสิ่งได้เหมือนกัน แต่มันก็แค่เรื่องเพ้อฝัน อะไรที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีวันสามารถกลับไปทำอะไรได้ นอกเสียจากยอมรับอดีตของตัวเอง หนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน ใช่ว่าตอนจบพระเอกนักท่องเวลาจะสามารถแก้ไขอะไรได้ เขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ค้นหาพบบางสิ่งบางอย่างในอดีตแล้วบอกต่อว่า นั้นอาจทำให้ผู้คนในอนาคตมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าเดิมได้ หลังจากนั้นโปรดิวเซอร์ ชาร์ล โรเวอร์ ตัดสินใจเลือก เทอร์รี่ กิลเลี่ยม ให้มากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเชื่อว่าสไตล์ของเขาเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบไม่เรียงต่อเนื่อง และพล็อตรองที่เป็นการย้อนเวลาเป็นอย่างยิ่ง นั่นทำให้ กิลเลี่ยม ที่ตอนนั้นมีความตั้งใจดัดแปลงสร้าง A Tale of Two Cities ทิ้งโปรเจ็คนั้นทั้งหมด และหันมาสร้าง Twelve Monkeys แทน ถือเป็นครั้งที่สองที่ กิลเลี่ยม ไม่ได้กำกับหนังที่สร้างจากบทของตัวเอง หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน พล็อตเรื่องที่แปลกแต่น่าดูอย่างยิ่ง เมื่อพูดถึงโลกอนาคตหลายคนน่าจะนึกถึงโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี และความสะดวกสบายต่อผู้คนมากมาย ซึ่งเป็นที่ที่สิ่งเหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นบนโลก หรือจะไปสร้างอาณานิคมที่อื่นก็ตาม แน่นอนว่ามีภาพยนตร์หลากหลายเรื่องใช้พล็อตแบบนี้ ในทางตรงกันข้ามก็มีอีกหลายเรื่องเหมือนกันที่ใช้พล็อตโลกอนาคต แต่เป็นโลกแบบดิสโทเปียแทน ภาพยนตร์เรื่อง Twelve Monkeys ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น คือถ้าชมหนังเรื่องนี้ในยุคปัจจุบันนี้ผู้คนอาจจะไม่แปลกใจเท่าใดนัก เพราะว่ามีหนังแนวเดียวกันให้เลือกดูหลายเรื่อง แต่ลองนึกว่าหนังเรื่องนี้ออกฉายมาเกือบ 25 ปี ซึ่งถ้ามองกลับไปนับว่าพล็อตเรื่องที่จินตนาการได้ลึกล้ำมากเลยทีเดียว เพราะว่าหนัง Twelve Monkeys เป็นหนัง Sci-Fi แนวย้อนเวลาที่ว่าด้วยเรื่องราวของการกลับไปหาสาเหตุของไวรัสมรณะล้างโลก ในปี 1996 เกิดเหตุไวรัสไร้ที่มาคร่าล้างเผ่าพันธุ์ประชากรมนุษย์ไปกว่า 5 พันล้านคน ส่วนมนุษย์ที่เหลืออีกเพียงหยิบมือก็ต้องหนีลงไปอยู่ใต้ดินกันหมด ซึ่งในปี 2035 นักโทษอย่าง เจมส์ โคล ถูกบังคับให้เป็นอาสาสมัครเพื่อนย้อนเวลากลับไปหาสาเหตุของไวรัสมรณะนี่ แล้วกลับมายังโลกปัจจุบันเพื่อหาทางแก้ไขมันต่อไป อย่างไรก็ตามการย้อนเวลานั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะเขาไม่ได้โผล่ไปในปีที่ต้องการจึงต้องกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ จนกระทั่งได้กลับไปในปี 1990 เจอกับนักจิตวิทยาสาวสวยคนหนึ่งที่ชื่อว่า แคทริน เรลลี ต่อมาเจมส์ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลบ้า เพราะไม่มีใครเชื่อ ที่โรงพยาบาลเขาได้เจอกับคนบ้าอีกคนอย่าง เจฟฟรีย์ นอกจากนี้ในขณะทำภารกิจเจมส์เองก็ฝันถึงเหตุการณ์เดิมๆ อยู่เสมอ ซึ่งก็คือภาพชายคนหนึ่งที่ถูกยิงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้หญิงผมทอง ก็ว่าแต่ทั้งสามคนจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ภาพในความฝันมีความหมายอะไรกับเจมส์ หรือไม่ แล้วเขาจะหาต้นตอของไวรัสได้สำเร็จ หรือเปล่า บทตัวละครที่มีสเน่ห์ บท เจมส์ โคล ต้องถือว่านี่เป็นหนึ่งในการแสดงที่ชอบมากๆ เรื่องหนึ่งของ วิลลิส ซึ่งจิตใจของตัวละครมีความสับสนว้าวุ่นวุ่นวาย เหตุเกิดจากการไม่สามารถคิดปรับตัวเข้ากับการย้อนเวลาได้ อะไรคืออดีต? อะไรคือปัจจุบัน? อะไรคืออนาคต? ความสับสนภายในใจส่งผลกระทบต่อร่างกายให้ไม่สามารถตอบสนองยอมรับ จะสังเกตว่าช่วงแรกๆ ร่างกายเหมือนจะยังปรับตัวไม่ได้ ตัวสั่นๆ นั่งโยกไปมาน้ำลายฟูมปาก แต่พอช่วงหลังๆ เมื่อเริ่มเข้าใจตนเอง จึงค่อยพัฒนากลับกลายเป็นเหมือนคนปกติ บางคนอาจคิดว่าอาการตัวสั่นน้ำลายฟูมปากในช่วงแรกของตัวละครนี้ เกิดจากผลกระทบจากการย้อนเวลาแบบในหนังเรื่อง Terminator (1984) มันก็อาจมีส่วนคล้ายคลึงอยู่ แต่ถ้ามองการแสดงออกแบบนี้มันมีนัยยะถึงผลกระทบทางจิตใจตัวละครมากกว่าแค่ทางกายเท่านั้นด้วย สรุป Twelve Monkeys 12 มังกี้ส์ 12 ลิงมฤตยูล้างโลก ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยคนบ้า เจมส์ที่ใครๆ ก็มองว่าบ้าต้องไปเจอคนที่บ้ากว่าอย่างเจฟฟรีย์ ซึ่งบทนี้ได้ แบรต พิตต์ มารับบท บอกเลยว่าเล่นได้บ้าสมบทบาทอย่างมาก ไม่ว่าจะสายตา การพูดจา การเคลื่อนไหวของร่างกาย แม้กระทั่งนิ้วมือนั้นส่งผลให้เขาไปไกลถึงขั้นเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์เลย ต่อมาในส่วนขององค์ประกอบหนังนับว่าดีงามทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบที่เพราะจับใจ นักแสดงที่แคสมาได้เหมาะสม จินตนาการที่ล้ำยุค และฉากจบที่สุดจะขัดใจ การย้อนเวลาในหนังเรื่องนี้มีกฏอยู่อย่างหนึ่งคือสิ่งใดเกิดขึ้นไปแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ นั่นหมายความว่าเจมส์ทำได้แค่กลับไปหาสาเหตุของไวรัสเท่านั้น ส่วนอนาคตที่เคยเกิดขึ้นก็ยังจะเกิดอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เขาทำได้นั้นอาจสร้างโอกาสให้คนที่เหลืออยู่มีอนาคตที่ดีขึ้นได้ ถึงแม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะป่วยอะไรได้ไหม แต่อย่างน้อยก็ยังมีความหวังอยู่เช่นเดียวกัน>>ดูหนังออนไลน์