ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่ฟรี หนังชนโรง HD พากย์ไทย เต็มเรื่อง ซับไทย

เว็บไซต์ ดูหนังออนไลน์ ดูหนังใหม่ ฟรี คุณภาพคมชัด HD ของเรานั้นเป็นเว็บไซต์ดูหนังที่มีความชัดมากที่สุดในประเทศตอนนี้ และยังอัพโหลดหนังใหม่หลังจากเข้าโรงภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ และที่สำคัญเว็บ ดูหนังออนไลน์ ของเรานั้นจะไม่มีโฆษณา หรืออาการหน่วง กระตุก หรือค้างอย่างแน่นอน ด้วยระบบการอัพโหลดที่ทางหลังบ้านของเรานั้นเป็นระบบที่มีคุณภาพสูง และนอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นที่นอกจาก ดูหนังออนไลน์ เช่น ซีรี่ส์เกาหลี ซีรี่ส์ฝรั่ง จาก Netflix หรือไม่ว่าแม้จะเป็น การ์ตูน เราก็ยังมีให้ท่านนั้นได้ดูอย่างครบครัน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นทางเว็บไซต์ ดูหนังออนไลน์ ของเราจะอัพเดทพวก ซีรี่ส์ ทั้งหลายนี้ในทุกๆ อาทิตย์ เพื่อไม่ให้ขาดตอนใดสักตอนหนึ่ง เพราะอาจจะทำให้คนที่เข้ามารับชมนั้นเสียอรรถรสในการติดตามของ ซีรี่ส์ เรื่องนั้นๆ และอยากจะบอกว่าเว็บไซต์ ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่ฟรี ภาพคมชัด HD ของเรานั้นยังสามารถดูผ่านระบบมือถือไม่ว่าจะเป็น Android , IOS , IPad หรือจะเข้ารับชมทางคอม PC นั้นคุณภาพความชัดก็ยังเท่ากันเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าการดูในโทรศัพท์มือถือ หรือใน IPad จะด้อยกว่าใน PC และยิ่งไปกว่านั้นคุณสามารถเลือกความคมชัดของหนังได้สูงสุดถึง 1080p อีกด้วย สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากเว็บไซต์ ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่ฟรี ของเราไว้ด้วยเพราะเว็บไซต์ ดูหนังออนไลน์ ของเรานั้นดีจริง และชัดจริงยิ่งกว่าใคร

Content

Spenser Confidential สเปนเซอร์ ลุย ล่า ปราบทรชน
Spenser Confidential งานภาพยนตร์ตัวล่าสุดจาก มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก ที่เพิ่งจะลงในสตรีมมิ่งชั้นนำอย่าง Netflix ให้ดูกันเมื่อไม่นาน ซึ่งแน่นอนว่าช่วงเวลาแบบนี้ย่อมต้องการหาอะไรที่บันเทิงดูสักหน่อยเพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียด หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชั่นสายตลกฟอร์มกลางๆ ที่ได้พระเอกอย่าง มาร์ค มารับบท สเปนเซอร์ ตำรวจหนุ่มใจรักความยุติธรรมที่ติดคุกมา 5 ปี โทษฐานทำร้ายร่างกายตำรวจด้วยกันเอง เมื่อออกจากคุกเขากลับมาเจออดีตตำรวจอีกครั้ง โดยคราวนี้มี ฮอร์ค คู่หูหนุ่มผิวดำร่างยักษ์ที่กำลังคิดฝันเป็นนักสู้ในกรง MMA มาช่วยด้วยอีกแรง นี่จึงเป็นหนังฟอร์มระดับกลางของ Netflix ที่เอาดารานำมีชื่อมาชูโรงให้ดูเป็นหนังฟอร์มใหญ่ขึ้นมาหน่อย ซึ่งก็ได้ผลเพราะถ้าไม่ใช่ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็คงไม่มีแรงดึงดูด หรือความเชื่อใจให้ดูสักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่เอาดารานำมาปะหน้าแล้วจะขายได้ ตัวหนังเองก็ต้องมีดีพอตัวด้วยเหมือนกันถึงจะได้ดารานำใหญ่แบบนี้มาเล่น หลังดูจบบอกเลยว่าเหมือน Netflix กำลังพยายามสร้างหนังแฟรนไชส์ โดยใช้ดารานำเรื่องละคนอย่าง ไรอัน เรย์โนลส์ กับ 6 Underground ที่เปิดเรื่องมาก็บอกเลยว่ากะทำต่อยาวๆ รวมไปถึงเรื่อง Spenser Confidential กับ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็เช่นกัน ที่ทำให้หนังสร้างคาแรกเตอร์อดีตตำรวจตงฉินที่มีเอกลักษณ์ของการเป็นจอมเสือก ที่ได้ข่าวอะไรที่ดูแปลกๆ ก็มักจะพร้อมเข้าไปเสือกเรื่องราวเหล่านั้นทุกที จนทำให้เคสแรกของตัวเองก็ต้องลงเอยด้วยการได้รับโทษจำคุกตั้งแต่เปิดเรื่อง หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน เรื่องราวภายในเรื่องของอดีตตำรวจ Spenser Confidential เล่าถึงนายตำรวจคนหนึ่งที่ต้องเข้าคุกติดตารางเพราะไปมีเรื่องกับหัวหน้าตัวเอง ซึ่งมีเรื่องในที่นี้คือเดินไปบวกหน้าบ้านแบบโต้งๆ เลย เป็นการห้าวที่ดีไม่ใช่น้อยจริงๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเลือดร้อนห้าวเป้งของพระเอกได้อย่างเห็นภาพ โดยเรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มขึ้นหลัง สเปนเซอร์ ออกจากคุกแล้วหัวหน้าคนที่เคยมีเรื่องด้วยดันมาถูกฆาตกรรมอย่างมีเลศนัยพอดี ด้วยความเป๊ะของไทม์มิ่งนี้ทำให้พระเอกของเราโดนสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ และเขาจึงต้องหาทางเคลียร์ตัวเองให้ได้ไวที่สุด ในระหว่างที่ดูเรื่องนี้บางทีอาจทำให้รู้สึกว่ามันเป็น Bad Boy ในเวอร์ชั่นที่ไม่เดือดเท่า แต่สิ่งที่ชอบคือการให้ความชัดเจนในคาแรกเตอร์ตัวเอกตั้งแต่ต้นจนจบ คือเป็ฯคนเลือดร้อน แต่ก็เป็นตำรวจตงฉินที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ขณะที่ตัวเพื่อนคู่หูที่เป็นชายผิวสีร่างยักษ์มีปม และเป็นอดีตคนคุก แม้จะมีพูดจิกกัดกับพระเอกบ้างแต่ก็รับลูกตลอด เพราะพื้นฐานแล้วเป็นคนดีเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นเพื่อไม่ให้มันดูพื้นๆ เกินไป ปีเตอร์ เบิร์ก ก็ยังคงไว้ลายฝีมือตัวเอง แบบว่าพอเช็ตติ้งให้สองตัวเอกเป็นคนดี ก็ต้องตีแบบเกือบๆ เหมือนเป็นการประชดกันไปเลย แต่แม้จะถุกเซ็ตมาให้ขาวทั้งคู่ก็ไม่ใช่ตัวละครที่จะแสดงท่าทีว่าตัวเองติ๋มเลยแม้แต่น้อย ทำให้ตัวเรื่องมีแอ็คชั่นกันบ่อย แต่ก็เป็นซีนที่อาจไม่ได้น่าจดจำอะไรเป็นพิเศษ สามารถดูได้เพื่อความบันเทิง ขณะที่พาร์ทสืบสวนก็เป็นแบบเบาๆ เรียกได้ว่าคนดูหลายๆ คนอาจจะเดาคนร้ายตัวจริงออกได้ตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ เพียงเราแค่ดูเหตุผลภายในเรื่องว่าจะปูให้เป็ยเรื่องราวอย่างไร ซึ่งในแง่ของเนื้อเรื่องก็พอทำได้เพลินๆ ไม่ได้ดี และก็ไม่ได้แย่นัก เนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงสามารถคาดเดาได้ง่าย ถ้าใครที่เป็นคนรุ่นใหม่ๆ หน่อยไม่คุ้นชินกับหนังตำรวจคู่หูยุค 90 อาจจะมองว่าเชยสะบัด เพราะพล็อตมันเดิมๆ มาก ตำรวจตงฉินโดนปลดจากราชการต้องกลับมาสืบสวนสอบสวนความไม่ชอบมาพากลในหน่วยงานที่ตัวเองเคยอยู่ โดยมีคู่หูที่ไม่ค่อยถูกคอกันมาคอยช่วย ซึ่งเนื้อเรื่องการเดินเรื่องนี่ออกจะเชยๆ จริง แต่ผมว่าดูๆ ไปการที่หนังพยายามจะใส่มุขตลกบ้าง แป้กบ้างลงไปในหนังมันก็ไม่ได้ทำให้หนังเลวร้ายจนเกินไปนัก เพราะคิดว่า มาร์ค วอห์ลเบิร์ก นี่ออกจะมีสเน่ห์ในการแสดง และการมารับบทนายตำรวจวัยกลางคนที่เริ่มจะเข้าสู่วัยชราของเค้า ก็ดูจะเหมาะกับบทอยู่ หนังใช้ประโยชน์จากช่วงรอยต่อ 5 ปี ที่ สเปนเซอร์ อยู่ในคุก พอออกมาก็กลายเป็นคนไม่ทันโลกได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง คลาวด์ ที่เค้าไม่รู้จัก รวมไปถึงอื่นๆ หนังใช้การสืบสวนสอบสวนเดินเรื่องสลับไปกับมุขตลก สรุป Spenser Confidential สเปนเซอร์ ลุย ล่า ปราบทรชน Spenser Confidential เป็นหนังแอ็คชั่นแนวระทึกชวัญแบบดูเพลินๆ ดูเพื่อความบันเทิงได้ในวันหยุดพักผ่อน>>ดูหนังออนไลน์
Tootsies & The Fake ตุ๊ดซี่ส์แอนด์ เดอะเฟค
ภาพยนตร์เรื่อง Tootsies & The Fake หรือที่เรียกกันในภาษาไทยว่า ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค เป็นหนังไทยอีกหนึ่งเรื่องของค่าย GDH ที่น่าดูเป็นอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วส่วนใหญ่ค่ายนี้ไม่ค่อยทำหนังลักษณะตลกคาเฟ่ตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะสักเท่าไหร่ จะมีลักษณะแนวนี้ก็คือตอนทำ ไดอารี่ออฟตุ๊ดซี่ส์ ซึ่งก็เป็นซีรี่ย์ที่ตลกตบมุกเป็นตอนๆ แถมได้ขำกลิ้งกับความฮาในเรื่องอยู่พอสมควร เรื่องย่อของ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ไม่นานนักงานเข้าเหล่าแก๊งตุ๊ดทันที เมื่อ แคร์ธี่ (อารยา เอ ฮาร์เก็ตต์) ซุปตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยดันประสบอุบัติเหตุจากเหงื่อเจ้ากรรมของ อีกอล์ฟ (ปิงปอง ธงชัย) จนโคม่า งานนี้นางเลยแท็กทีม 2 เพื่อนตุ๊ดทั้ง กัส (เพชร เผ่าเพชร) ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง วิน (กรรณ สวัสดิวัตน์) แฟนใหม่แสนดีกับ ท็อป (เจ กฤษณภูมิ) แฟนเก่าชวนใจสั่น นอกจากนั้นยังมี คิม (เต๋อ รัฐนันท์) ศจีสาวตกสวรรค์แถมจมูกพังกลางอากาศ และอีกหนึ่งเพื่อนดี้อย่าง แน็ตตี้ (พีค ภัทรศยา) ที่แม่ขู่จะยกมรดกให้แมวหากว่านางไม่ยอมมีลูก ดังนั้นทั้งสี่จึงต้องร่วมมือทำภารกิจแปลง เจ๊น้ำ (อารยา เอ ฮาร์เก็ตต์) แม่ค้ากะหรี่ที่มีเพียงใบหน้าที่ไปศัลยกรรมจนเหมือนคุณเคที่ มาเฟคเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในงานถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญ ก่อนที่จะถูกฟ้องจนหมดตัว นับจากนั้นภายในเรื่อง Tootsies & The Fake เรื่องราวของกะเทยที่ชื่อว่า ช่า บนเพจเฟซบุ๊ค บันทึกของตุ๊ดก็ได้โลดแล่นบนหน้าไทม์ไลน์สร้างความสนุก เสียงหัวเราะ ให้ข้อคิด และบ่อยครั้งก็มีคราบน้ำตามาเป็นของแถมให้ผู้อ่าน จนกระแสความนิยมได้ไปเตะตาทาง GDH 559 เข้าอย่างเต็มๆ แล้วมอบหน้าที่กุมบังเหียนให้กับ เติ้ล กิตติภัค ทองอ่วม อดีตแคสติงไดเรกเตอร์ตัวกลั่นมาเป็นผู้กำกับแบบเปิดซิงครั้งแรกในชีวิต หลังจากนั้นซีรี่ย์เรื่องนี้ก็ได้ออนแอร์ไปทั่วสารทิศ รวมไปถึงบนสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายไปจนครบสองซีซั่น ซึ่งทำให้ก็ได้ฤกษ์ที่เหล่าแก๊งตุ๊ดซี่ส์จะได้มาโลดแล่นบนจอใหญ่ และในเมื่อสูตรของซีรี่ย์มันทำออกมาแล้วสำเร็จ จากนั้นก็เลยยกโครงสร้างการเล่าเรื่องของซีรี่ย์มาใช้เสียเลย แต่เพื่อให้เหมาะกับหนังความยาว 108 นาทีของหนัง แทนที่เรื่องราวจะเจาะไปที่แต่ละตัวละครแบบในซีรี่ย์แต่ละตอน หนังเลยปรับโครงสร้างให้มีพล็อตหลักเป็นภารกิจกู้หน้าความพังพินาศ ที่กอล์ฟ และคิมก่อเอาไว้กับซุปตาร์อย่าง แคร์ธี่ แล้วเสริมพล็อตรองด้วยประเด็นของ กัส อย่างประเด็นที่นางเกลียดเด็กเข้าไส้ แต่วินดันต้องเอาหลานกำพร้ามาเลี้ยงในบ้านเป็นพล็อตรองที่เกือบสำคัญเท่าพล็อตหลัก แล้วมีพล็อตย่อยอย่างเรื่องของแน็ตตี้ที่น้อยใจแม่ไม่ยอมเซ็นยกมรดก แถมยังไปเอาแมวมาเลี้ยงเป็นลูก และยังบังคับให้เธอมีลูกให้ได้อีกพล็อตหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่กิตติภัคจะต้องยอมแลกคือความสมเหตุสมผลของเรื่องราว จากนั้นก็ไปเน้นเสิร์ฟความสนุกจากมุกแซ่บๆ ที่แฟนซีรี่ย์ต่างคุ้นเคย ซึ่งผลลัพธ์นับว่าน่าพึงพอใจทีเดียว หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ข้อดีของเรื่อง Tootsies & The Fake หนังเปิดเรื่องด้วยคาแรกเตอร์ที่คนดูคุ้นเคย พร้อมเสียงบรรยายของช่า ก็ยังเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนซีรี่ย์ที่สามารถจดจำได้เลยว่า ตัวละครนี้เห็นหน้าปุ๊ปรู้เลยว่าเป็นคนยังไง โดยไม่ต้องทำการบ้านให้เสียเวลาแต่อย่างใด แต่หากคิดว่าเราก็ดูซีรี่ย์ซ้ำไปอีกรอบไม่ดีกว่าเหรอ อยากจะพูดตามตรงว่า กิตติภัค ฉลาดพอ และเข้าใจวื่ออย่างภาพยนตร์มากพอ ที่จะเลือกหยิบสิ่งที่ใช้มานำเสนอ และที่สำคัญคือการเพิ่มตัวละครของ ชมพู่ อารยา ก็เป็นทางเลือกอันชาญฉลาด ที่จะจับนางเอกระดับตัวแม่ของเหล่ากะเทยไทยมาเล่นบทที่แตกต่างจากที่เคยแสดงมา เสริมด้วยเมกอัพเอฟเฟกต์ทั้งเขี้ยว และหูปลอม นอกจากนี้ด้วยการฝึกฝนเป็นเจ๊น้ำเพื่อรับบทตัวเฟค ก็ช่วยพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงของเธอไปอีกขั้น แม้ดูเหมือนว่าโดยภาพรวมแล้วมันจะทำให้หนังเรื่องนี้มีศูนย์กลางที่เจ๊น้ำมากกว่าเรื่องเล่าของเหล่าตุ๊ดซี่ส์เหมือนในซีรี่ย์ก็เถอะ แต่หนังก็ยังมีธีมเฟค ที่นอกจากการต้องทำตามภารกิจหาคนหน้าเหมือนมาเฟคแล้ว ชีวิตแต่ละคนยังต้องดีลกับความเฟคที่ต่างกันไป ทั้งเฟครักเด็กเพื่อผัว เฟคอยากมีลูกเพื่อมรดก หรืออย่างจมูกใหม่ของคิมก็ทำให้เห็นว่านางก็ติดตามความเฟคไม่แพ้คนอื่น แม้แต่กอล์ฟเองก็เคยเสพย์ติดความเฟคในความสัมพันธ์กับพี่วิศิษย์ที่ท้ายสุดก็มีอันต้องแยกจากกัน หนังเรื่องนี้ช่วยเกาะเกี่ยวยึดโยงเรื่องราวให้เห็นเนื้อเดียวกัน และยังเอื้อให้เกิดมุกใหม่ๆ บนจอใหญ่ที่สร้างความครื้นเครงได้แบบเป๊ะปังกะละมังหม้อเลยทีเดียว สรุป Tootsies & The Fake ตุ๊ดซี่ส์แอนด์ เดอะเฟค Tootsies & The Fake ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค คือ หนังไทยที่ช่วยให้เราได้ลืมความจริงจังอันเลวร้ายได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติดที่ติดอยู่อย่างเป็นประจำ หรือจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่ก็ค่อนข้างย่ำแย่ไม่แพ้กัน หากใครได้ดูเรื่องนี้รับรองว่าต้องฮาแตกขำกลิ้งจนลืมเรื่องเครียดๆ ได้อย่างแน่นอน>>ดูหนังออนไลน์
Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด
สำหรับหนังเฟรนไชส์ความรักอีโรติกระทึกขวัญอย่าง Fifty Shades ที่กลับมาอีกครั้งในภาคสุดท้ายที่ชื่อว่า Fifty Shades Freed โดยบทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่าง คริสเตียน เกรย์ และ แอนัสดาเซีย สตีล เซอร์วิสแฟนๆ ให้รู้สึกฟินเช่นเคย ยังคงสร้างความเสียวซ่านอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่งเรื่องที่คนดูอย่างเราไม่ควรคาดหวังอะไร ชวนคนรักรู้ใจ หรือใครก็ได้อายุ 20 ปีขึ้นไป เข้าไปดูมาฟินพระนางเข้าคู่อวดเรือนร่างเซ็กซี่ ลีลาเซ็กซ์เร้าร้อน ที่จัดเต็มแบบถี่ยิบเช่นเคย รวมถึงไปดูภาพสวยๆ เพลงดีๆ ดูเพลินกับสองนักแสดงหนักที่ขนเสน่ห์มาแบบล้นจอเช่นเคย หนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี เว็บดูหนังเต็มเรื่อง 7mdoonung UFABET ยูฟ่าเบท แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ดูบอลสด โปรแกรมบอล ผลบอลสด ลิงค์ดูบอลสดประจำวัน ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร สำหรับภาคสุดท้ายของหนังรักสุดเร่าร้อนในชุดของ " Fifty Shades " ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายสุดโด่งดังในต่างประเทศ ซึ่งสำหรับภาคสุดท้ายอย่าง " Fifty Shades Freed " ในภาพรวมถือว่าใช้ได้ ดูเพลินๆ และรู้สึกใจหวั่นซาบซ่านทุกนาที พร้อมเซอร์วิสแฟนๆ แบบเต็มๆ อยู่ไม่น้อยเลย เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่ของคริสเตียน และแอนา เริ่มต้นด้วยทริปฮันนีมูนในยุโรปของ " มิสเตอร์คริสเตียน เกรย์ (Jamie Dornan) " และ " มิสซิสแอนาสเตเซีย เกรย์ (Dakota Johnson) " เติมเต็มความหวานให้แก่กัน รวมถึงเซ็กซ์อันร้อนฉ่า และสิ่งที่มากกว่าเซ็กซ์รอคอยอยู่ มีบุคคลคอยจ้องตามรำควาน และจะทำลายชีวิตคู่ของพวกเขาอย่าง " แจ็ค ไฮด์ (Eric Johnson) " บอสเก่าของแอนาที่จะกลับมาสร้างปัญหาอีกครั้งนั่นเอง ซึ่งหากใครดูมาทุกภาคแล้ว ก็น่าจะอยู่ในสิ่งที่หนังเป็นอยู่ บรรยากาศต่างๆ ในเรื่องคล้ายเดิมเลย แต่ความสัมพันธ์ของเขา และเธอมีความพัฒนาจนมาถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างแท้จริงในภาคนี้ ซึ่งหนังค่อนข้างจะมอบความโรแมนติคแบบหวานมากๆ ทำให้คนดูรู้สึกอิจฉาพวกเขาทั้งคู่เพิ่มขึ้นๆ ไปอีกจริงๆ ซึ่งเป็นอะไรที่เราค่อนข้างชอบมากนะ ดูแล้วรู้สึกเขินมากๆ เลย เพราะเราติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก และก็ชอบมาทุกภาค ถึงแม้ด้านเนื้อหาของหนังจะแลดูน้ำเน่าไปมากก็ตาม แต่สิ่งที่หนังขุดพยายามจะดึงดูดคนดูคือ องค์ประกอบรอบด้าน ความหรูดูแพง และการแสดงกริยาท่าทาง รวมไปถึงอารมณ์ที่ส่งให้กัน มันชั่งส่งเสริมให้หนังดูเพลิดเพลิน และน่าติดตามตลอดเวลา ในภาคนี้ ความอีโรติค ฉากเซ็กซ์ติดเรทพิสดารต่างๆ ค่อนข้างเยอะ และถี่ยิบมากเลยแหละ เรียกได้ว่าทุกๆ 5-10 นาทีเสียด้วยซ้ำ บางฉากก็มาถูกจังหวะ บางฉากก็มาผิดคิวเกินไปแบบไร้สาเหตุจริงๆ ซึ่งทำให้หนังรู้สึกอาจจะดูล้นๆ ไปบ้างในด้านวาบหวิวกว่าทุกภาค และมาทีละนิดๆ แปปๆ แต่มาถี่ๆ จนไม่รู้สึกฟินจิกเบาะเท่าภาคแรก ที่ค่อยๆ มาแต่เอาอยู่ทุกซีนอะไรแบบนี้ แต่บางซีนคือฟินนะ มันโคลสอัพมุมกล้องนักแสดง เห็นความคมชัดในรูปร่าง และอารมณ์ ที่ทำให้รับรู้ถึงความรักที่น่าหลงใหลจนอยากจะกลืนกินเลย ดูแล้วฟินแบบอยากจะจับกับคนที่มาดูด้วย เติมความอบอุ่นให้ตัวเองกันเลยครับ ซึ่งส่วนนี้ก็มีทั้งดีทั้งเสียปนเปกันไป ความรู้สึกหลังดู Fifty Shades Freed จบ การจบภาพยนตร์ไตรภาคที่มีสาวๆ ทั่วโลกคอยติดตามได้เป็นอย่างดี และคงทำให้พวกเธอฟินสุดๆ ต้อนรับวาเลนไทน์ แต่ถ้าจะให้พูดถึงแง่ของความซื่อสัตย์ต่อตัวหนังแล้ว เราว่ามันอาจจะมีการบิดเบือนอยู่เล็กน้อย เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ภาพยนตร์ในชุดของ Fifty Shades นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากหนังสืออีโรติก แต่ Freed กลับไม่ได้ดูสยิวสมกับประเภทเท่าที่ควร มันกลับมีความรักที่แสนที่ลึกซึ้งเข้ามาแทนที่ จริงๆ แล้วรู้สึกเลยว่ามันต้องถูกจัดประเภทให้เป็นหนังโรแมนติกถึงจะถูกต้องมากกว่า อย่างไรก็ดี การถ่ายทอดเรื่องราวที่สวยงามทำให้คนดูประทับใจได้ ไม่ว่าทีมงานจะทำหนังถูก หรือผิดคอนเซป ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำหนังแล้ว จากการเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด นั้น พบว่ากลุ่มคนดูส่วนใหญ่เป็นสาวๆ จากรั้วมหาวิทยาลัย และวัยทำงาน ที่รวมกลุ่มกันมาชื่นชมความหล่อเท่ และมัดกล้ามที่เคยเผยเอาไว้ในภาคที่แล้วมีคุณเกรย์ ส่วนผู้ชายเลือกดูหนังเรื่องนี้น้อยมาก และผู้ชายเกือบทุกคนที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ มักจะหนีบแฟนมาดูด้วย ปฏิกิริยาของสาวๆ หลังชมภาพยนตร์ค่อนข้างดี แต่ผู้ชายส่วนใหญ่จะหน้านิ่งๆ หลังจากสอบถามแล้วพบว่าฉากในภาพยนตร์อาจจะไม่ถึงพริกถึงขิงสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับหนังผู้ใหญ่ที่พวกเขาชมกันตามปกติ สรุป Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด เนื่องจากทีมงานผู้ผลิต Fifty Shades Freed ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด นั้นทุ่มเทในการทำงาน ฉากสวย โลเคชั่นดี พล๊อตมีความน่าสนใจ เราคาดว่าคุณคงชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าคาดหวังว่าจะมาดูฉากร่วมรักโดยเฉพาะ เราบอกได้เลยว่าได้ดูแน่ แต่อาจจะไม่ได้มันหลุดโลก หรือพิสดารอย่างที่คุณจินตนาการเองไว้สักเท่าไหร่นัก>>ดูหนังออนไลน์